fbpx

     ผมเชื่อนักลงทุนคนจะต้องเคยพบเจอหรือเคยใช้ อินดิเคเตอร์ ยอดนิยมอย่าง กราฟแท่งเทียนในการทำกำไรหรือหาจุดชื้อขาย มากันแล้วบ้างและผมก็เชื่อว่าทุกคนคงจะปวดหัวกับการท่องจำ รูปของกราฟแท่งเทียน ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับเจ้าตัว Candlestick แบบง่ายๆเพื่อเพิ่มโอกาศในการลงทุนให้ประสิทธิภาพมากขึ้น

     กราฟแท่งเทียน หรือ Candlestick กำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นและประวัติของกราฟแท่งเทียนนี้ถือว่ายาวนานมากต้องย้อนกลับไปประมาณ 200 ปีเลยทีเดียว โดยคนที่ถือว่าเป็นคนคิดค้นกราฟแท่งเทียนนี้ขึ้นมาคือ Honma Munehisa  ครอบครัวของเขาทำกิจการเกี่ยวกับการค้าขายข้าว เมื่อเขาควบคุมกิจการของที่บ้านแล้ว เขาก็เก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับราคาข้าวเอาไว้มากมาย หลังจากนั้นเขาก็คิดย้อนหลังไปนานหลายสิบปีเพื่อหาจิตวิทยาของคนในการซื้อขายและรูปแบบของราคาข้าว โดยมีรากฐานมาจากจิตวิทยาของคนในตลาด เขาก็ได้เขียนหนังสือออกมา 2 เล่มคือ SAKATA HENSO และ SOBA SAIN  เป็นต้น กราฟแท่งเทียนจะบอกว่ายากไหมก็ยากจะว่าง่ายไหมก็ตอบได้ว่าง่ายเพราะพอเราเข้าใจว่ารูปแบบหลักๆคืออะไร เราก็สามารถนำไปพลิกแพลงใช้ซึ่งจริงๆแล้วกราฟในตลาดก็ไม่ได้วิ่งตามที่หนังสือเขียนไว้ทั้งหมด บางครั้งอาจจะส่งสัญญานไม่ตรงกับรูปแบบใดก็เป็นได้ ดังนั้นผู้ใช้กราฟแท่งเทียนควรรู้จักการนำเอาไปใช้ เอาไปพลิกแพลง และให้เวลาและประสบการณ์เป็นตัวหล่อหลอมจังหวะการชื้อขายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เอาหล่ะเรามามาทำความรู้จักกับกราฟแท่งเทียนกันเลยดีกว่า

ส่วนประกอบของกราฟแท่งเทียนประกอบด้วย 2 ส่วน

  1. ตัวแท่งเทียน (Real Body) คือราคาปิดถึงราคาเปิด หากแท่งเทียนเป็นสีเขียวแสดงว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด หมายความว่าหุ้นตัวนั้นปิดบวกในวันนั้น และหากแท่งเทียนเป็นสีแดงแสดงว่าราคาปิดต่ำราคาเปิดหมายหุ้นตัวนี้ปิดลบในวันนั้น
  2. ไส้เทียน (Shadow) แสดงเป็นเส้นโผล่ขึ้นมาจากตัวเทียนทั้งด้านบนและด้านล่าง ไส้เทียนส่วนบนเรียกว่า Upper Shadow ส่วนด้านล่างเรียกว่า Lower ShadoDoji
  3. Doji ในกรณีที่ราคาเปิดและราคาปิดเท่ากันแท่งเทียนจะบีบเป็นเส้นๆ กรณีนี้เรียกว่า Doji ลักษณะอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มของตลาดยังสับสนไม่รู้ว่าจะไปทางไหน

จากข้างต้นเราคงจะรู้จักเจ้าตัว Candlestick กันพอสมควรแล้วว่าตัวแท่งเทียนมีความหมายอย่างไร ตอนนี้เราจะใช้ตัวแท่งเทียนในการวิเคราะห์ดูรูปแบบของการส่งสัญญาณทิศทางการกลับตัวของตลาด(Reversal Pattern) ในที่นี้เราจะพูดถึงรูปแบบที่สำคัญๆ คร่าวๆให้ลองไปพิจารณากัน โดยจะแบ่งเป็นภาค Bearish(ขาลง) และBullish(ขาขึ้น)

ภาค Bearish(ขาลง)

กลืนกิน ( Engulfing Pattern)

Bearish Engufling Pattern ในกรณีนี้จะเป็นการบอกว่า ตลาดที่มันขึ้นตอนนี้ถึงจุดที่กำลังจะกลับตัวแล้ว โดยลักษณะ ประกอบด้วย 2 โดยแท่งสีแดงจะกลืนกินแท่งสีเขียวหรือมี body สีแดง ห้อมล้อม แท่งสีเขียวทั้งหมด

เมฆครึ้ม(Dark Cloud Cover)

Dark Cloud Cover Pattern รูปแบบนี้จะคล้ายกับรูปแบบกลืนกินคือประกอบด้วยเทียน 2 แท่ง ที่มีสีตรงกันข้าม และก่อนหน้าที่จะเกิดรูปแบบนี้ตลาดจะต้องมีแนวโน้มที่ชัดเจนมาก่อนเช่นถ้าตลาดขาขึ้นก็ขึ้นมาตลอดจนเกิดรูปแบบนี้ก็มั่นใจได้ว่าตลาดอาจกำลังกลับตัว แต่มีข้อแตกต่างจากรูปแบบการกลืนกินตรงที่ แท่งเทียนที่ 2 จะไม่ปิดมิดแท่งเทียนแรก แต่จะปิดมากกว่าครึ่งแท่งขึ้นไป

Evening Doji Star

Evening Doji Star Pattern รูปแบบนี้จะประกอบไปด้วยแท่งเทียน 3 แท่ง โดยแท่งกลางหรือแท่งที่ 2  จะมีลักษณะคือที่มีแรงซื้อและแรงขายเท่ากัน เป็นแท่งเทียนที่เรียกว่า Doji แต่จะต้องมีแท่งที่ 3 ด้วยถึงจะครบองค์ประกอบ

Bearish Dragonfly Doji

Bearish Dragonfly Doji Pattern จะประกอบไปด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง และแท่งเทียนหนึ่งแท่งเกิดขึ้นที่จุดสูงสุดหรือในช่วงขาขึ้น bearish dragonfly doji จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ถ้ามีแท่งเทียนถัดไปเป็นแท่งขาลงเกิดขึ้นตามมาก็เท่ากับว่า นั้นคือการยืนยันการกลับตัวเป็นขาลงอย่างชัดเจน

Hanging Man

Hanging Man หรือการแขวนคอ เกิดขึ้นตอนขาขึ้นกล่าวคือเป็นแท่งเทียนที่มีรูปร่างคล้ายคนถูกแขวนคอมีช่วงลำตัวที่ค่อนข้างแคบและมีไส้เทียนลากยาวออกมาไปทางด้านล่าง ด้านบนอาจมีไส้เทียนสั้น ๆ หรือไม่มีก็ได้ารเกิดขึ้นของแท่งเทียน Hanging Man เป็นสัญญานบ่งชี้ว่าราคาใกล้ถึงจุดสูงสุดและเตรียมพร้อมกลับตัวลงในไม่ช้า  แต่ควรดูสัญญานอื่น ๆ เพื่อยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มด้วย

Shooting Star

ลักษณะของตัวแท่งเทียนจะสั้นแต่มีไส้บนยาว ส่วนไส้ด้านล่างจะสั้นมากหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ รูปแบบของ Shooting Star นี่ จะเกิดขึ้นในช่วงตลาดขาขึ้น  และแท่งเทียนเพียงแท่งเดียวยังไม่สามารถยืนยัน น้ำหนักทิศทางการกลับตัวจากขึ้นเป็นลงได้ ต้องอาศัยแท่งเทียนในวันถัดไปเพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น

Bearish Long-legged doji 

เป็นรูปแบบแท่งเทียนก่อนหน้านี้เป็นช่วงขาขึ้น แล้วเกิดแท่งเทียนที่มีลักษณะของไส้เทียนด้านล่างและด้านบนเป็นเส้นยาว มีขนาดความยาวของไส้เทียนทั้งสองเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน ส่วนตัวแท่งเทียน มีลักษณะเล็กหรือสั้นมากจึงดูคล้ายเป็นเส้นแนวนอน ซึ่งมีความหมายว่า มีแรงซื้อและแรงขายในจำนวนที่มากทำให้ราคามีความผันผวนแต่ควรดูสัญญานอื่น ๆ เพื่อยืนยันการกลับตัวของตลาดด้วย

ก็จบไปแล้วกับภาคของขาลง ซึ่งผมก็ได้ยกตัวอย่างคราวๆให้นักลงทุนได้ศึกษาและลองไปปรับใช้ดู สิ่งที่ผมนำมาเล่าให้ฟังนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรูปแบบกราฟแท่งเทียน และเป็นส่วนน้อยมากๆเพราะรูปแบบกราฟแท่งเทียน ณ ขณะนี้ก็มีไม่ต่ำกว่า 90 รูปแบบ ดังนั้นผู้ลงทุนควรศึกษาเพื่มเติมโดยการลองนำรูปแบบเล่านี้ไปเปรียบเทียบย้อนหลังกับกราฟในตลาดจริงๆจะทำให้นักลงทุนจดจำได้ดีและรู้จักพลิกแพลงการนำเอาไปใช้ได้ดีขึ้นและการจะใช้กราฟแท่งเทียนนั้นควรใช้กับ อินดิเคเตอร์ตัวอื่นประกอบด้วยเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเข้าและออก ในการซื้อขาย  

เปิดบัญชี TFEX กับ Classic Ausiris

พร้อมรับสิทธิที่พิเศษทันที !!

Pin It on Pinterest