fbpx

เราเชื่อว่านักลงทุนยังคงจำกันได้ในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่มเป็น 25% จากเดิม 10% ในสินค้า 5,745 รายการ มีมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทำให้เราเกิดคำถามในหัวว่า ตั้งแต่เกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน นับเป็นเวลา 2 สัปดาห์มาแล้วนักลงทุนตอบรับอย่างไร ด้วยการวิเคราะห์สินทรัพย์ที่นับเป็น Global Trend และเราได้นำ SET , SET50 เข้าไปรวมด้วย เพื่อที่จะทราบว่าตลาดหุ้นไทยตอบรับอย่างไรกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน

จากกราฟ Global Trend เราได้เห็นจะมี 9 สินทรัพย์ที่เม็ดเงินไหลเข้า คือ

  1. ข้าวโพด +11.35%
  2. ข้าวสาลี +10.45%
  3. US Dollar +0.57%
  4. US30 Year Bond Yield -3.72%
  5. US10 Year Bond Yield -4.38%
  6. ตลาดหุ้น Australia +2.99%
  7. ตลาดหุ้นอินเดีย +3.6% 
  8. ตลาดหุ้นรัสเซีย +5.08%
  9. ตลาดหุ้นอังกฤษ +0.33%

นอกนั้นปรับตัวลงทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าการเกิดสงครามการค้าทำให้รู้ว่านักลงทุนย้ายเงินส่วนใหญ่มาพักในสินทรัพย์ทั้ง 9 อย่าง ส่วนดัชนี SET -2.27% ,SET50 -2.38% 

หมายความว่า เม็ดเงินไหลออกทำให้หุ้นไทยปรับลงหากเราลงลึกยิ่งขึ้นไปสู่มูลค่าการซื้อขายSETและปริมาณการซื้อขาย SET50 Futures ของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่วันที่ 10 – 24 พ.ค. เราจะเห็นได้ชัดมากขึ้นว่า เม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติไหลออกไปจริงหรือไม่ ไปดูพร้อมกันเลย

โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิทั้ง 2 ตลาดอย่างที่เราคาดไว้ ถือเป็นการยืนยันว่าสงครามการค้าสร้างความกังวลแก่นักลงทุนทำให้เม็ดเงินไหลออก และหากมีแนวโน้มว่าจะเกิดสงครามการค้าอีกรอบ นักลงทุนในตลาดหุ้นต้องกังวลหนัก  ต่างจากนักลงทุนในตลาด TFEX ไม่ต้องกังวลหากดัชนี SET50 Futures ปรับลง เพราะนักลงทุนสามารถอยู่ฝั่ง Short ได้นั่นเอง

เปิดบัญชี TFEX กับ ClassicAusiris

พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!

Pin It on Pinterest