fbpx

ภาพรวม SET ในเดือนพฤษภาคม จากสถิติในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีการปรับตัวลงถึง 7 ครั้งใน 10 ครั้ง โดยฝั่งนักลงทุนต่างชาติ และโบรคเกอร์ มักมีการขายออก 

ส่วนฝั่งนักลงทุนรายย่อยมักมีการซื้อในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่เราจะวิเคราะห์เพียงการซื้อขายของนักลงทุนรายกลุ่มอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่เข้ามากระทบตามที่เรากล่าวไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้ Sell in May มีอยู่จริงมั้ย

อ่านบทความ :

Sell In May มีอยู่จริงมั้ย ??

สำหรับเดือนพฤษภาคม 2562 นี้ มีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามากระทบ SET และเป็นปัจจัยที่ทำให้เราต้องทำการวิเคราะห์และวางแผนก่อนซื้อขาย Single Stock Future

ประเด็นที่เราให้ความสนใจ

1. ผลประกอบการบริษัท ไตรมาส 1 ปี 2562 กลุ่มอื่นๆต่อจากกลุ่มธนาคารที่จะเริ่มประกาศตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พ.ค.

2. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลักๆ
     1) มาตรการพยุงเศรษฐกิจ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย เป็นบวกระยะสั้นต่อกลุ่มพาณิชย์เพื่อการค้า (COMM) ได้แก่ CPALL, BJC
      2) มาตรการภาษี
– มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นบวกระยะสั้นต่อกลุ่มการท่องเที่ยวที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT, MINT
– มาตรการส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัย เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (ประเภทบ้านและคอนโด) หุ้นที่ได้รับประโยชน์ เช่น SPALI, SIRI, LPN 
– มาตรการส่งเสริมการศึกษาและกีฬา รวมถึงการส่งเสริมการอ่าน เป็นประโยชน์ต่อ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN (ภายในเครือเซ็นทรัล มีบริษัทผู้จัดจำหน่ายสินค้าด้านการศึกษาและกีฬา ผ่านช่องทางร้าน B2S และ Supersports)

3. ความไม่ชัดเจนของการเมืองในประเทศ เป็นปัจจัยกดดัน SET ในเรื่องของ Fund Flow จากต่างชาติ โดยในวันที่ 8 พ.ค. ติดตามมติศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับสูตรคำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ และวันที่ 9 พ.ค. ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากยังมีความไม่ชัดเจน จะส่งผลให้ดัชนี SET ปรับตัวลดลง

4. ผลการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ในวันที่ 8 พ.ค. หากได้ข้อตกลงที่เป็นบวก จะส่งผลบวกต่อดัชนี SET

ภาพทางเทคนิค ของ Single Stock Future (อ้างอิงราคาหุ้น) หลายตัวยังมีทรงที่น่าสนใจทางฝั่ง Long เมื่อดูประกอบกับปัจจัยที่เข้ามากระทบ ทำให้เราเห็น Single Stock Future ที่น่าสนใจในเดือน พ.ค. 2562 ดังนี้

BCH บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) 
หมวด : ธุรกิจการแพทย์ (HELTH)
ประเด็น : ผลประกอบการบริษัท ไตรมาส 1 ปี 2562
คาดการณ์ว่าผลประกอบการ Q1/62 กำไรสุทธิจะเติบโต โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการที่มลภาวะทางอากาศสูงจาก PM2.5 ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. และภาพในทางเทคนิคทั้งระยะสั้นและระยะกลางมีแนวโน้มขาขึ้น โดยสามารถทะลุและยืนเหนือแนวรับสำคัญ 17.40 บาท แนะนำ Long โดยมี Stop ที่ 17.40 บาท

BJC บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) 
หมวด : ธุรกิจพาณิชย์ (COMM)
ประเด็น : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ได้รับปัจจัยบวกระยะสั้นจากมาตรการพยุงเศรษฐกิจ ในทางเทคนิคมีการทะลุแนวต้าน 52 บาท และทำ New High ในรอบ 5 เดือน แนะนำ Long โดยมี Stop ที่ 50 บาท

CPALL บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
หมวด : ธุรกิจพาณิชย์ (COMM)

ประเด็น : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
เป็นหุ้นอ้างอิงที่เราแนะนำตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. ปัจจุบันราคาปรับตัวสูงขึ้นจากที่เริ่มแนะนำประมาณ 1.30% (จาก 76.50 บาท) และยังได้รับปัจจัยบวกระยะสั้นจากมาตรการพยุงเศรษฐกิจเช่นเดียวกับ BJC ในทางเทคนิคราคามีการทำรูปแบบ Higher Low (จุดต่ำสุดมีการยกตัวขึ้นในแต่ละรอบ) แนะนำ Long โดยมี Stop ที่ 75.50 บาท

PTG บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
หมวด : ธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG)

ประเด็น : ผลประกอบการบริษัท ไตรมาส 1 ปี 2562
ได้รับปัจจัยบวกจากค่าการตลาดที่เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2561 ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าผลประกอบการ Q1/62 กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2561 (YoY) ในทางเทคนิคราคามีการทำรูปแบบ Higher High และ Higher Low (จุดสูงสุดและต่ำสุดยกตัวขึ้นในแต่ละรอบ) แนะนำ Long โดยมี Stop ที่ 10.50 บาท หรือใช้การเทรดตามกรอบแนวรับ-แนวต้านเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำหรับ PTG

สรุปหุ้นอ้างอิงที่น่าสนใจ เดือน พ.ค. 2562 ดังนี้

BCH Long เป้า 19 บาท / Stop 17.40 บาท

BJC Long เป้า 55 บาท / Stop 50 บาท

CPALL Long เป้า 80 บาท / Stop 75.50 บาท

PTG Long เป้า 12.80-13 บาท / Stop 10.50 บาท

เปิดบัญชี TFEX กับ Classic Ausiris วันนี้ !!

เริ่มต้นเพียง 10,000 บาท

พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!