fbpx

สงครามการค้าที่เรากล่าวถึง คือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน โดยทรัมป์เป็นหัวหอกในการเริ่มสงครามการค้าเพราะสหรัฐฯขาดดุลของจีนเป็นอันดับหนึ่งสามารถอ่านบทความว่าทำไมสหรัฐฯถึงต้องขึ้นภาษีจีนได้   อ่านบทความ : จุดเริ่มต้นของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน

และสงครามการค้าที่ธนาคารกลาง IMF และหลายสำนักทางเศรษฐกิจต่างพากันในทางที่คิดว่าจะส่งผลลบต่อดุลการค้าจีน สหรัฐฯ รวมถึงเศรษฐกิจโลกซึ่งความคิดนั้นอาจไม่ถูก เพราะดุลการค้าของจีนไม่ได้ลดลงเลย ซึ่งเราได้เก็บข้อมูลการส่งออกของจีนตั้งแต่ต้นปี 2018

จากกราฟเราพบว่าดุลการค้าจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นผ่านจาก Trendline และเหตุอะไรที่ทำให้ดุลการค้าของจีนไม่ลดลง คำตอบ คือ จีนมีการปรับตัวไปส่งออกสินค้าให้กับ EU และ อาเซียนมากขึ้นจึงสามารถทำให้จีนเกินดุลการค้าได้นั่นเอง

โดยในเดือน พ.ค. คู่ค้าอันดับ 1 ของจีน คือ EU มีการส่งออกมูลค่า 1.9 ล้านล้านหยวน และคู่ค้าอันดับ 2 คือ อาเซียน มูลค่าการส่งออก 1.63 ล้านล้านหยวน ส่วนคู่ค้าอันดับ 3 คือ สหรัฐฯมูลค่าการส่งออก 1.42 ล้านล้านหยวน

ภาพจาก  : freepik

ทำให้นักลงทุนเริ่มตระหนักว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ไม่ได้ส่งผลกระทบมากอย่างที่ FED และ IMF ออกมาคาดการณ์นั้นเอง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสัปดาห์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้สงครามการค้ายังมีผลกระทบต่อราคาทองคำแต่ไม่มากเท่าเดิม และนักลงทุนยังคงต้องติดตามการเจรจาการค้าสหรัฐฯกับจีนในวันที่ 28-29 มิ.ย. ต่อไปเพราะว่าหากการเจรจาล้มเหลว ทรัมป์ขู่ว่าจะขึ้นภาษีจีนเป็นมูลค่า 3.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯนั่นเอง และการขึ้นภาษีครั้งนี้มีแนวโน้มจะทำให้ราคา Gold Spot ทะลุ 1,350 พร้อมกับเป็นความเสี่ยงที่จะเข้ามากดดันตลาดหุ้นทั่วโลก

เปิดบัญชี TFEX กับ ClassicAusiris

พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!

Pin It on Pinterest