fbpx

นักลงทุนทุกท่านคงรู้จักสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ดำเนินมามากกว่า 1 ปี และคงทราบดีว่าในวันที่ 28-29 มิ.ย. จะเกิดการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน เกิดที่ญี่ปุ่น ซึ่งนักลงทุนจำนวนไม่น้อยคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้อาจจะจบลงด้วยดี

ซึ่งวันนี้จะเราจะมาประเมินกันว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนมีแนวโน้มที่จะสามารถจบลงได้หรือไม่

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจเงื่อนไขในการเจรจาครั้งนี้ คือ สหรัฐฯต้องการให้จีนไม่แทรกแซงค่าเงินหยวน และการยุติการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงต้องปรับลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์, สินค้าโภคภัณฑ์ อุปกรณ์อุตสาหกรรม และสินค้าเกษตรที่มาจากสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯจะไม่ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของจีน

หากจีนไม่ยอมรับ 3 เงื่อนไขนี้สหรัฐฯจะเพิ่มการเก็บภาษีสินค้านำเข้าของจีนเป็น 3.25 แสนล้าน และการเกิดสงครามการค้านักลงทุนคงเข้าใจว่าจีนจะต้องมีดุลการค้าที่ลดลงอย่างแน่นอน เนื่องจากสหรัฐฯขึ้นสินค้านำเข้าของจีน แต่ความจริงนั้นโหดร้าย เพราะว่าจีนได้หาทางแก้ไว้แล้ว โดยจีนหันไปเน้นการส่งออกกับ EU และ อาเซียน แทนที่จะส่งออกไปสหรัฐฯเพื่อเจอภาษี แล้วเรารู้ได้อย่างไร เรารู้จากตัวเลขดุลการค้าของจีนเพราะดุลการค้าจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นผ่านจาก Trendline ตามกราฟด้านล่างเลยครับ

และในเดือน พ.ค. คู่ค้าอันดับ 1 ของจีน คือ EU มีการส่งออกมูลค่า 1.9 ล้านล้านหยวน และคู่ค้าอันดับ 2 คือ อาเซียน มูลค่าการส่งออก 1.63 ล้านล้านหยวน ส่วนคู่ค้าอันดับ 3 คือ สหรัฐฯมูลค่าการส่งออก 1.42 ล้านล้านหยวน

เรากำลังสื่อให้นักลงทุนเห็นภาพเหมือนที่เราเห็นอยู่ว่า จีนจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับสหรัฐฯ แต่หากสหรัฐฯอยากจบสงครามการค้าสหรัฐฯคงต้องลดเงื่อนไขให้กับจีน ถึงจะได้ข้อตกลงและจบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน

โดยเราคาดการณ์ว่าการที่สหรัฐฯกับจีนเจรจาการค้าล้มเหลวเป็นโอกาสทำให้ราคาทองคำปรับบวก เนื่องจากสงครามการค้าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอ และส่งผลถึงการอ่อนค่าของ US Dollar Index นั่นเอง

” สรุปเราคาดว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะยังไม่จบในสิ้นเดือนนี้อย่างแน่นอน “

เปิดบัญชี TFEX กับ ClassicAusiris

พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!

Pin It on Pinterest