fbpx

เตรียมความพร้อมก่อนการทำ Block Trade

     การลงทุนใน Block Trade นั้นจัดว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเป็นการลงทุนในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ดังนั้นการซื้อขายหุ้นด้วย Block Trade เราควรทำการศึกษาให้ดีก่อนว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง หากท่านใดที่อยากเข้าใจกับ Block Trade ให้มากขึ้น เราอยากแนะนำให้ลองเข้าไปค้นหาความน่าสนใจกันได้ที่บทความก่อนหน้า ซึ่งมีด้วยกัน 2 ตอน

บทความ : ทำความรู้จัก Block Trade เพื่อตอบโจทย์การลงทุนของคุณ

บทความ : ขั้นตอนการทำ Block Trade

นักลงทุนต้องมีบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

     ในการทำ Block Trade เป็นการซื้อขายผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) โดยบัญชีที่สามารถลงทุนในตลาด TFEX ได้นั้นก็คือ บัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้านั่นเอง

     เนื่องจากก่อนการเปิดบัญชีเพื่อลงทุนในทุกๆประเภท จะมีแบบทดสอบให้นักลงทุนทำการประเมินความเสี่ยงของตนเอง หรือเรียกว่าแบบประเมินความเหมาะสม (Suitability Test) ซึ่งทำให้ทราบในเบื้องต้นว่า ท่านยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากน้อยเพียงใด ความเสี่ยงในที่นี้หมายถึง โอกาสที่ผลตอบแทนจากการลงทุนจะไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดหวัง

     ดังนั้นนักลงทุนที่ทำการประเมินได้ผลออกมา อยู่ในกลุ่มนักลงทุนประเภท “เสี่ยงสูง” และประเภท “เสี่ยงสูงมาก” เท่านั้น จึงจะทำการเปิดบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ เพราะผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนนั้น จะมีเรื่องของความเสี่ยงตามมาควบคู่ด้วยเสมอ (High Risk High Return)

*สไตล์การลงทุนของแต่ละคนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ดังนั้นจึงไม่ควรลงทุนตามคนอื่น

ทำความเข้าใจอัตราดอกเบี้ยของการทำ Block Trade

  1. เมื่อเปิดสถานะกับทาง CAF
        1.1 การเปิด Long Position ราคา SSF จะเท่ากับราคา Underlying
                                   1.2 การเปิด Short Position ราคา SSF จะเท่ากับราคา Underlying
  2. เมื่อปิดสถานะCAF จะคำนวณดอกเบี้ยจากจำนวนวันที่ถือครองจริง (นับจากวันที่เปิดสถานะ ถึงวันที่ทำการปิดสถานะ)               

                2.1 Short Close: ราคา Spot ของหุ้นอ้างอิงเมื่อปิด Long Position – อัตราดอกเบี้ยที่คิด

                2.2 Long Close: ราคา Spot ของหุ้นอ้างอิงเมื่อปิด Short Position + อัตราดอกเบี้ยที่คิด

**อัตราดอกเบี้ยที่คิด หมายถึง ราคา Spot เมื่อเปิดสถานะ x อัตราดอกเบี้ย(%) x (วันที่ปิดสัญญา – วันที่เปิดสัญญา)/365

Block Trade มีอายุการถือครองสัญญา

     การซื้อขายหุ้นด้วย Block Trade เป็นการซื้อขาย Single Stock Futures (SSF) ซึ่งจะมีอายุของสัญญา ดังนั้นในวันทำการซื้อขายวันสุดท้ายของ SSF นักลงทุนต้องปิดสถานะก่อนเวลา 16.00 น.โดยไม่สามารถปล่อยให้ SSF ที่ถืออยู่นั้นหมดอายุไปเองได้ หากนักลงทุนมีความต้องการที่จะถือสถานะเดิมต่อไป สามารถแจ้งผู้แนะนำการลงทุน เพื่อทำการ Roll over ได้ก่อน SSF หมดอายุ (การ Roll over คือการปิดสถานะ SSF เดือนที่กำลังจะหมดอายุ และ เปิดสถานะ SSF เดือนใหม่ ในราคาอ้างอิงเดียวกัน)

Block Trade มีการเรียกเติมหลักประกัน

     การปรับตัวขึ้นลงของราคา SSF จะส่งผลให้ผู้ถือสัญญาเกิดผลกำไรหรือขาดทุนขึ้น โดยกรณี “กำไร” จะถูกนำไปบวกเพิ่มกับเงินที่มีอยู่ในบัญชี แต่หากเป็นกรณี “ขาดทุน” ยอดที่ขาดทุนนั้นจะถูกนำไปลบออกจากเงินที่วางหลักประกัน (Margin) เอาไว้ในตอนแรกที่เริ่มทำการเปิดสัญญา

     ดังนั้นเมื่อโดน Margin Call ต้องเติมเงินให้ถึงระดับหลักประกันที่กำหนด โดยมีเงื่อนไขตามเกณฑ์ที่ TFEX ประกาศ ซึ่งประเภทของหลักประกัน มีด้วยกัน 3 ประเภท คือ

1) หลักประกันขั้นต้น (Initial Margin: IM) คือ หลักประกันขั้นต้นที่นักลงทุนต้องวางไว้กับ โบรกเกอร์ก่อน ถึงจะมีสิทธิซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้

2) หลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin: MM) คือ ระดับหลักประกันขั้นต่ำในบัญชี ซึ่งนักลงทุน จะต้องรักษาระดับยอดเงินคงเหลือเอาไว้ หากยอดเงินคงเหลือในบัญชีหลักประกันลดลงต่ำกว่า 70% ของระดับ IM โบรกเกอร์จะเรียกให้นักลงทุน วางหลักประกันเพิ่ม” (Margin Call) ให้กลับไปเท่ากับระดับ IM หรือสามารถเลือกทำการปิดสถานะแทน

3) หลักประกันปิดฐานะ (Force Close Margin – FM) คือ ระดับหลักประกันที่คงเหลือน้อยกว่า 30% ของระดับ IM โดยนักลงทุนจะถูกบังคับปิดสถานะ หรือวางหลักประกันเพิ่มให้เท่ากับระดับ IM

นักลงทุนควรมี Money Management

     การลงทุนในตลาด TFEX เป็นการใช้เงินลงทุนเพียงแค่ประมาณ 5% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด ในความคิดแรกท่านนักลงทุนอาจจะมองว่านี้เป็นโอกาส สำหรับการลงทุนที่ใช้เงินน้อย ได้ผลตอบแทนมาก แต่ในทางกลับกันก็มีความเสี่ยงในการขาดทุนมากเช่นกัน เพราะการผันผวนขึ้นลงของราคา SSF จำนวน 1 สัญญา จะเทียบเท่ากับการผันผวนขึ้นลงของราคาหุ้น จำนวน 1,000 หุ้นเลยทีเดียว ทำให้มีความเสี่ยงที่นักลงทุนจะถูกเรียกเติมหลักประกัน (Margin Call) ได้ ดังนั้นในการลงทุน TFEX จึงมีสิ่งที่เรียกว่า Stop Loss เพื่อเป็นการจำกัดการขาดทุนของเงินทุน แต่หาก Stop Loss บ่อยครั้งมากเกินไป จะทำให้ไม่สามารถลงทุนต่อได้ เพราะเกิดการขาดสภาพคล่องของเงินทุน

     ดังนั้นเราจึงต้องมี Money Management เพื่อจำกัดความเสี่ยงในการลงทุนแต่ละครั้ง ควบคุมผลขาดทุนที่จะเกิดขึ้นไม่ให้ส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อเงินลงทุนทั้งหมดที่มี ถึงจะทำให้เราสามารถอยู่รอดได้ในทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าตลาดจะผันผวนเพียงใดก็ตาม

     หากนักลงทุนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Block Trade สามารถโทรเข้ามาที่ CAF เรายินดีตอบให้ทุกปัญหาเลยค่ะ เบอร์โทรศัพท์ 02-618-0659 หรือ 02-618-0663

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ

ข้อเสนอดอกเบี้ย Block Trade สุดพิเศษจาก CAF

Pin It on Pinterest