BBL ถือหุ้นใหญ่ ใจต้องนิ่ง

ท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของ SET และตลาดหุ้นทั่วโลก จากข่าวดีการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หุ้นหลายตัวพากันปรับตัวขึ้นตามๆกันเป็นขบวนพาเหรด แต่กลับมีหุ้นธนาคารยักษ์ใหญ่ที่ปรับตัวลงหนักและทำจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ซึ่งเราจะมาพูดถึงกันในวันนี้กับ BBL หรือ บมจ. ธนาคารกรุงเทพ…เกิดอะไรขึ้นกับ BBL และมองโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขาย BBL ทั้งหุ้นหรือ Single Stock Futures เรามีคำแนะนำอย่างไร…CAF มีคำตอบ

BBL จัดใหญ่ เตรียมซื้อแบงค์อินโด มูลค่ากว่า 8.1หมื่นล้านบาท

นับเป็นหนึ่งดีลประวัติศาสตร์ของวงการตลาดหุ้นไทยเลยก็ว่าได้ ในการทำข้อตกลงกับ Standard Chartered Bank และ PT Astra International Tbk เพื่อซื้อหุ้น PT Bank Permata Tbk หรือธนาคาร พีที เพอร์มาตา ทีบีเค เป็นหุ้นธนาคารพาณิชย์ของอินโดนีเซีย โดยเหตุผลในการเข้าซื้อเพอร์มาตา จะทำให้ BBL เข้าถึงตลาดอินโดนีเซีย และเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินธุรกิจต่างประเทศ

ภายใต้ข้อตกลง BBL จะทำการซื้อหุ้นในสัดส่วน 89.12% คิดเป็นมูลค่าราว 81,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นดีลการซื้อที่มีมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว…นอกจากนี้ BBL ยังระบุเพิ่มเติมว่า หากดีลการซื้อเฟสแรกที่สัดส่วน 89.12% สำเร็จ (คาดว่าในปี 2563) จะเดินหน้าทำสัญญาซื้อหุ้นอีก 10.88% ที่เหลือ โดยการซื้อหุ้นของเพอร์มาตา ในสัดส่วน 100% คาดว่าจะมีมูลค่าราว 90,000 ล้านบาท

ด้วยมูลค่าการทำสัญญาเข้าซื้อมหาศาล ทำให้นักลงทุนที่มี BBL ในพอร์ทหุ้น กังวล “การเพิ่มทุน” และพากันขายหุ้นออกมา ถึงแม้ว่า BBL ได้แจ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับดีลนี้ คาดว่าจะใช้เงินทุนภายในและแหล่งเงินทุนที่ได้จากการจัดหาเงินทุนตามปกติ เน้นว่ายังไม่มีแผนเพิ่มทุน แต่ราคาหุ้นก็ยังไหลลงต่อจนราคาทำจุดต่ำสุดที่ 151.50 บาท นับว่าเป็นราคาต่ำที่สุดในรอบเกือบ 4 ปีนับตั้งแต่ตุลาคม 2559

ผลประกอบการและฐานะทางการเงินของ Permata เป็นอย่างไร

จากการวิเคราะห์ผลประกอบการปี 2561 ของเพอร์มาตาพบว่า มีรายได้จากดอกเบี้ยอยู่ที่ 5.4 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 12,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.34% เมื่อเทียบแบบ YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 941 ล้านรูเปีย (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบแบบ YoY โดยมาจากการบริหารจัดการสินเชื่อดีขึ้น

ส่วนฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 ก.ย. 62 เพอร์มาตามีเงินให้สินเชื่อ 108 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 234,000 ล้านบาท) เงินรับฝากจำนวน 120 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 259,000 ล้านบาท) มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งเงินให้สินเชื่อและเงินรับฝาก และที่สำคัญ เพอร์มาตามีสัดส่วน NPL หรืออัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพสุทธิต่อเงินให้สินเชื่อรวมสุทธิอยู่ที่ 1.7%

จะเห็นว่า เพอร์มาตามีผลประกอบการและฐานะทางการเงินที่ดี มี NPL ในระดับไม่สูงมากเกินไป แต่เราจะวิเคราะห์เพียงปัจจัยภายในของเพอร์มาตาอย่างเดียวไม่ได้ เราจะต้องวิเคราะห์แนวโน้มของอุตสาหกรรมธนาคารของอินโดนีเซียด้วย

อินโดนีเซียเป็นโอกาสสำคัญของ BBL หรือไม่

ตามที่ BBL ได้กล่าวถึงสาเหตุของการเข้าซื้อหุ้นเพอร์มาตา ว่าเป็นการทำให้ BBL เข้าถึงตลาดอินโดนีเซียมากขึ้น เพราะเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมี GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวของ GDP ที่ 5% มีประชากรมากกว่า 260 ล้านคน มีสัดส่วนของผู้มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงเป็นจำนวนมาก

ส่วนข้อมูลทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่สำคัญและสอดคล้องกับการดีลของ BBL-Permata อินโดนีเซียมีอัตราส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP (Household Debt to GDP) ในระดับ 17% และเมื่อเทียบกับประเทศที่เป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของ ASEAN จะพบว่า อินโดนีเซียมีอัตราหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ต่ำกว่าประเทศอื่น

การที่อินโดนีเซียมีอัตราหนี้ครัวเรือนต่อ GDP เพียง 17% เป็นโอกาสที่ดีต่อธุรกิจของ BBL เพราะแสดงถึงแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อในระยะยาว ประกอบกับการที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของผู้มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง แถมยังมีแนวโน้มขยายตัวได้อีก แสดงว่าแนวโน้มกำลังซื้อในอนาคตของอินโดนีเซียจะเป็นบวกมากขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจมีโอกาสขยายกิจการและต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีต่อธุรกิจธนาคารในอินโดนีเซียในอนาคต

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อดีลระหว่าง BBL-เพอร์มาตาในระยะยาว สำหรับท่านที่ถือหุ้น BBL โดยมีเป้าหมายเพื่อรับเงินปันผลเป็นรายได้ประจำ เรายังให้คำนะนำ”ถือ” เนื่องจาก BBL เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอ…แต่ก็ต้องพึงระวังการเปลี่ยนแปลงนโยบายเงินปันผล และเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับ BBL ด้วย

สำหรับท่านที่ชอบการเก็งกำไรและเลือก Single Stock Futures เพราะสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น-ขาลง เราได้ทำการวิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค นำมาซึ่งคำแนะนำและกลยุทธ์ของ BBL Futures ดังนี้

หากวิเคราะห์กราฟ Weekly จะเห็นว่ามีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 151.50 บาท เนื่องจากราคามีการทดสอบแล้วรีบาวนด์กลับมา ณ ราคาปัจจุบัน 157 บาท มีกรอบการเล่น 151-169 บาท มีการเปิด Gap ถึง 2 ครั้งด้วยกันหากมองในภาพ Daily (ภาพถัดไป)

คำแนะนำสำหรับ Single Stock Futures ของ BBL ระยะสั้นเน้นรีบาวนด์ Short ใน BBLZ19 ที่จะหมดอายุสิ้นเดือนนี้ โดยเข้าสถานะ Short เมื่อมีการเข้าใกล้หรือทดสอบแนวต้าน 161 บาทแล้วไม่ผ่านหรือมีการอ่อนตัวลงมา เป้าหมายในการทำกำไรแรกอยู่ที่ 151.50 บาท ถ้าหลุดต่ำกว่าแนวรับนี้ มีโอกาสที่จะลงต่อไปได้ถึงแนวรับถัดไปที่ 142.50 บาทเลยทีเดียว และ Stop Loss ที่ 164 บาท

หมายเหตุ:

– ราคา ณ วันที่ 18 ธ.ค. 2562 เวลา 12.30 น.

– ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 18 ธ.ค. 2562 ในการคำนวณมูลค่าเปรียบเทียบระหว่างบาทและรูเปีย

– ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.tradingeconomics.com

เปิดบัญชี TFEX กับ ClassicAusiris

พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!

Pin It on Pinterest