fbpx

ขอเกริ่นเบื้องต้นว่าปี 2019 นี้ นับเป็นปีทองของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานทดแทนอย่างแท้จริง เพราะนอกจากความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่มีความต้องการสูงขึ้นในปัจจุบันแล้ว โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนก็กำลังจะกลายเป็นเทรนด์สำคัญของไทยด้วย จึงทำให้กลุ่มโรงไฟฟ้ามีการเติบโตขึ้น ทั้งในแง่ของรายได้จากการขายไฟฟ้า และราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น

และบทความวันนี้ เราจะมาพูดถึงหุ้นโรงไฟฟ้าตัวหนึ่ง ที่ราคาหุ้นไม่แพงเมื่อเทียบกับตัวอื่น นั่นคือ CKP หรือ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งกำลังเตรียมเปิดดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) กำลังการผลิต 1,220 เมกะวัตต์ (MW) ของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไซยะบุรี ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยตามสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า…แล้วแบบนี้ ราคาหุ้น CKP จะมีทิศทางการเคลื่อนไหวอย่างไร และเรามีคำแนะนำสำหรับการเทรด Single Stock Future ของ CKP อย่างไร

ความสำคัญของการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) และหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า

ความน่าสนใจของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า คือ เมื่อใดก็ตามที่มีการ COD ราคามักจะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการ COD เปรียบเสมือนการเริ่มรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า…ยิ่งโครงการในมือมีการ COD มากขึ้นเท่าไร นักลงทุนยิ่งคาดหวังมากขึ้นว่าบริษัทกำลังจะเติบโต และมีรายได้-กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ดังจะเห็นได้ชัดมากจากหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าอีกตัวหนึ่ง อย่าง GULF

GULF มีการทยอย COD ในทุกไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2562 ทำให้ในครึ่งปีแรก GULF มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2,673 MW รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าครึ่งปี 62 = 13,543 ล้านบาท กำไรสุทธิครึ่งปี 62 = 2,896 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก 2561 GULF มีกำลังการผลิต 2,253 MW รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าครึ่งปี 61 = 7,454 ล้านบาท กำไรสุทธิครึ่งปี 61 = 1,269 ล้านบาท

หมายเหตุ: กำลังการผลิต จะใช้ข้อมูลกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity Installed Capacity) เป็นเกณฑ์

            จากข้อมูลที่กล่าวมาสรุปได้ว่า กำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าที่มีการ COD เพิ่มขึ้น ทำให้การรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในทำนองเดียวกัน (เมื่อไม่รวมผลกระทบทางบัญชีด้านอื่น เช่น กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น) ทำให้นักลงทุนมองว่าบริษัทมีโอกาสเติบโตสูง ราคาหุ้นจึงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย GULF ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 109% นับจากต้นปี 2562 เป็นต้นมา

กลับมาที่ CKP ปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่เปิด COD ไปแล้วจำนวน 882 MW หากเรารวมกับกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าไซยะบุรีที่กำลังเปิด COD อีก 1,220 MW จะทำให้มีกำลังการผลิตประมาณ 2,102 MW โดยในจำนวนทั้งหมดนี้ CKP จะมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity Installed Capacity) เพิ่มขึ้นเป็น 939 MW จากเดิม 456 MW ซึ่งเราจะต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่า CKP จะเป็นอย่างไร หลังจากการเปิดดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในครั้งนี้

แนวโน้มทางเทคนิค และกลยุทธ์การเทรด Single Stock Future ของ CKP

หากเราดูปัจจัยทางเทคนิคประกอบเพื่อใช้ในการซื้อขาย Single Stock Future ของ CKP พบว่าราคาหุ้นอ้างอิง CKP มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากต้นปีที่ราคาแกว่งตัวอยู่ในโซน 4.90 – 5 บาท มาจนถึงราคาปัจจุบันที่ 6 – 6.20 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 23% นับตั้งแต่ต้นปี โดยมีการออกตัวของราคาตั้งแต่ 5 บาทมาทำจุดสูงสุดที่ 7.30 บาท และหลังจากที่ราคาไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) ก็ค่อยๆปรับตัวลดลง แตะ 5.60 บาท ซึ่งถือเป็นแนวรับสำคัญมากๆจุดนึง ก่อนที่จะดีดกลับมาเล่นในโซน 6 บาทอีกครั้ง จากประเด็นการเตรียม COD ที่คาดว่าจะดำเนินการในเดือน ต.ค. นี้

            หากพิจารณาจากทั้ง 2 ปัจจัยประกอบกันในเรื่องการ COD และราคาที่กลับมาเล่นในโซน 6 บาทได้อีกครั้ง ทำให้เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อ CKP Futures สำหรับท่านที่ต้องการเก็งกำไร แนะนำเข้า Long หากราคาสามารถยืนเหนือ 6 บาทได้ในสัปดาห์นี้ โดยมีเป้าหมายที่แนวต้านถัดไป 6.50 บาท และ Stop Loss บริเวณ 5.85 บาท

หมายเหตุ: ข้อมูล ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2562

เปิดบัญชี TFEX กับ ClassicAusiris

พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!

Pin It on Pinterest