fbpx

            เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มกราคม ราคา Gold Spot ได้ปรับขึ้นไปยืนเหนือ $1,300 หลังจากนักลงทุนเทขาย US Dollar Index เป็นเพราะมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและการปรับลดงบดุล ในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯหรือที่เราจะรู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ การประชุม FOMC” เองนั่น ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีเพื่อกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยการประชุมดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 30 -31 มกราคม

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าราคาทองคำยืนเหนือ $1,300  แนวโน้มราคาทองคำหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรและจะเจอปัจจัยอะไรบ้างต่อจากนี้

เราขอวิเคราะห์ปัจจัยที่จะมีโอกาสกระทบราคาทองคำตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือน ก.พ. มีทั้งหมด 4 ปัจจัย

 

1.สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน

จับตาวันที่ 30-31 มกราคม 62 ที่นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ

 เงื่อนไขในการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ

1.ลดการขาดดุลของสหรัฐฯ

2.ทำให้จีนลดการละเมิดทรัพย์ทางปัญญา

3.บีบให้จีนเปิดทางให้เอกชนสหรัฐฯเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างเท่าเทียม

ส่วนเงื่อนไขในการเจรจาการค้าของจีน มีข้อเดียวคือ ลดการขึ้นภาษีสินค้าจากจีนไปสหรัฐฯ

                โดยสรุปเจรจาครั้งนี้เป็นไปได้ยากที่จะตกลงกันได้ทุกข้อ แต่มีโอกาสตกลงกันได้บางข้อเท่านั้น ทั้งนี้หากจะให้สงครามการค้าจบต้องจับทรัมป์ และสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจมาเจรจากันเท่านั้น  การที่ไม่สามารถตกลงกันได้มีโอกาสที่จะทำให้ทองคำเป็น Safe Haven

 

2.แนวโน้มที่จะเกิดการชัตดาวน์ของสหรัฐฯอีกครั้ง

               หลังจากที่สหรัฐฯยุติการชัตดาวน์ที่ยาวนานถึง 35 วัน ในวันที่ 25 มกราคม 62 แต่นักลงทุนยังไม่สามารถวางใจได้เพราะว่าสหรัฐฯกำลังจะถึงกำหนดขยายเพดานหนี้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 62 หรืออีก 3 สัปดาห์ หากมีการชัตดาวน์อีกครั้งแน่นอนว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

 

3.ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มชะลอตัวในเดือน ก.พ.

29 ม.ค.  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. (คาด 124  เดิม 128.1)

30 ม.ค.  การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ม.ค. โดย ADP (คาด 175K เดิม 271K)

                GDP Q4/61 (คาด 2.5% เดิม 3.4%)

31 ม.ค. ประชุม FOMC ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

1 ก.พ. การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ม.ค. โดยภาครัฐ (คาด 160K เดิม 312K)

            อัตราการว่างงานเดือน ม.ค. (คาด 4.9% เดิม 4.9%)

            ดัชนีภาคการผลิตเดือน ม.ค. โดย ISM (คาด 54.1 เดิม 54.3)

5 ก.พ. ดัชนีนอกภาคการผลิตเดือน ม.ค. โดย ISM (คาด 57.5 เดิม 58)

13 ก.พ. ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ม.ค. (คาด 0.2% เดิม 0.2%)

14 ก.พ. ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ม.ค. (คาด 0.2% เดิม –0.1%)

          ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มหดตัวจาก GDP , การจ้างงาน ,ภาคการผลิตและนอกภาคการผลิตที่ชะลอตัวเป็นปัจจัยที่เข้ากดดัน US Dollar Index อ่อนค่า เป็นปัจจัยหนุนที่จะทำให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้น

 

4.เศรษฐกิจยุโรป

          หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีการประชุมครั้งแรกของปี 62 และได้ข้อสรุปว่าคงดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นที่ 0% เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในยูโรโซน และมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวได้อีก โดยมีตัวเลขที่ต้องจับตาในวันที่

31 ม.ค. GDP Q4/61 (YoY) (คาด 1.2% เดิม 1.6%)

5 ก.พ. ยอดค้าปลีกเดือน ธ.ค. (คาด 0.1% เดิม 0.6%)

 

โดยสรุปแนวโน้มราคาทองคำหลังจากยืน $1,300 มีโอกาสปรับขึ้นไปได้สูงมากเนื่องจาก 4 ปัจจัยหนุน

1.สงครามการค้ามีแนวโน้มไม่สามารถตกลงกันได้

2.สหรัฐฯมีโอกาสชัตดาวน์อีกครั้ง

3.เศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัว

4.เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก
– Aspen
– Investing.com

จัดทำโดย
นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์
นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

ลงทุน TFEX เริ่มต้นเพียง 10,000 บาท

 

Pin It on Pinterest