fbpx

การที่กล่าวแบบนี้เป็นผลพวงมาจากการออกมาของ คุณเรย์ เดลิโอ (Ray Dalio) ผู้บริหารบริษัท Bridgewater Associates เฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ปัจจุบันรับบริหารเงินมากกว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์ โดยคุณเรย์ เดลิโอ มองว่าในอีก 2 ปี ข้างหน้า เศรษฐกิจสหรัฐฯจะเข้าสู่ภาวะถดถอย และตามมาด้วยการอ่อนค่าของสกุลเงิน US Dollar จาก 3 ปัจจัย

 

3 ปัจจัย ที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯจะเข้าสู่ภาวะถดถอย

1.การปรับโครงสร้างภาษีของทรัมป์

2.นโยบายโอบามาแคร์

3.กระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ

ทั้ง 3 อย่างทำให้รัฐบาลสหรัฐฯจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายขาดดุลงบประมาณซึ่งสร้างภาระหนี้ให้กับรัฐบาลสหรัฐฯมากขึ้น และจะเห็นการออกพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯมากขึ้นเพราะเป็นแหล่งเงินทุนหลัก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ความต้องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯมีน้อยกว่าความต้องการขาย จึงเป็นผลกระทบทำให้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯมีมูลค่าที่ลดลง ธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) จึงเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าวโดยการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯในส่วนที่เกินจากความต้องการซื้อ

คำถามที่เรามักมองข้ามคือ FED นำเงินจากไหนมาซื้อ

ตอบได้เลยว่า พิมพ์เงินเพิ่มเพื่อนำมาซื้อ ซึ่งการทำวิธีดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อค่าเงิน US Dollar ในลักษณะนี้จึงทำให้มูลค่าของเงินลดลง เรากำลังหมายความว่า US Dollar มีแนวโน้วที่จะอ่อนค่า

ทั้งนี้เราขอเสริมอีก 1 ข้อซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ US Dollar อ่อนได้มากขึ้น คือ การขัดกันของนโยบายการเงินและการคลังของสหรัฐฯ

เนื่องจากทรัมป์ใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยการลดภาษีบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เพื่อกระตุ้นให้ชาวอเมริกาเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ๆ หรือขยายธุรกิจ มีเป้าหมายของนโยบายการคลังนี้ 3 อย่าง 1. เพิ่มการจ้างงาน 2. เพิ่ม GDP สหรัฐฯ 3. ลดหนี้สาธารณะซึ่งตอนนี้มีอยู่ที่ 21 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรวมนโยบายการคลังหากทำได้ตามแผนจะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวมากขึ้น แต่แล้วเหมือน FED แกล้งกันโดยใช้นโยบายการเงินในรูปแบบดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งผลทำให้นโยบายการคลังไม่ค่อยได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น เพราะการขึ้นดอกเบี้ยไม่จูงใจในการเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ๆ หรือขยายธุรกิจ เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเป็นปัญหาสำคัญของคนทำธุรกิจ

ผลที่ตามมาของการขัดกันระหว่างนโยบายการเงินและการคลัง คือ ความเสี่ยงที่จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯสูญเสียรายได้จากการใช้นโยบายการคลัง(ลดภาษี) ซ้ำร้ายการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยทำให้มูลค่าหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิม มูลค่า US Dollar ลดลงเข้าไปอีก แต่การเกิดแบบนี้ในลักษณะนี้ต้องใช้เวลาสะสมกว่ามากกว่า 1-2 ปี

แต่นี่ยังไม่รวมผลกระทบของสงครามการสหรัฐฯ-จีนที่เกิดขึ้นไปแล้ว คาดการณ์ว่าผลกระทบจะได้เห็นกันจริง ๆ ว่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัวระดับไหนต้องรอสิ้นปี 2561 ก่อน หากชะลอตัวมากกว่า 0.8%มีโอกาสที่ราคาทองคำอาจขึ้นไปแตะ $1,300 ขณะราคาทองคำไทยมีโอกาสแตะ 20,000 บาท ภายในระยะเวลา 1 -2 ปีนี้

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก

– Aspen

– Investing.com

– Forexfactory.com

 

 

จัดทำโดย
นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์
นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ตำแหน่งนักวิเคราะห์อาวุโส
บริษัท คลาสสิก ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด