fbpx

จบกันไปแล้วกับการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ทรัมป์ผิดหวังกับสภาผู้แทนราษฎรหลังพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมาก แต่ยังดีที่วุฒิสภายังเป็นของพรรครีพับลิกันถือเสียงข้างมาก ทำให้ทรัมป์ไม่ได้เสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้การออกนโยบายที่แปลกๆ อย่างสงครามการค้าคงเห็นได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อดัชนี Dow Jones เนื่องจากการเกิดสงครามการค้าที่รุนแรงมากขึ้นทำให้ภาคเอกชนของสหรัฐฯได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน โดยสินค้านั้นนับเป็นวัตถุดิบสำคัญที่เอกชนสหรัฐฯนำไปผลิตสินค้าต่อ ส่งผลให้ราคาสินค้าที่ผลิตจากเอกชนสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้น ลดขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่หากไม่เกิดสงครามการที่รุนแรงภาคเอกชนสหรัฐฯจะได้รับกระทบไม่มาก และสามารถแข่งขันสามารถสู้กับบริษัทต่างชาติได้

 จากที่เรามองว่า Dow Jones มีแนวโน้มขาขึ้น นั่นก็หมายความว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังจะขยายตัวตามไปด้วย ทำให้ US Dollar Index มีแนวโน้มแข็งค่ามากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามากดดันราคาทองคำเป็นอย่างมาก คาดการณ์ราคาทองจะได้รับแรงกดดันไปถึงสัปดาห์นี้ และยังมีปัจจัยกดดันอีกไม่ว่าจะเป็นดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และอีกหนึ่งตัวเลขคือ ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่ชี้วัดการซื้อขายสินค้าภายในอุตสาหกรรมค้าปลีกจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ไปยังร้านค้าเล็ก ๆ ในท้องถิ่น และชี้วัดแนวโน้มการซื้อทุกประเภทที่ไม่รวมรถยนต์ ซึ่งทั้ง 2 ตัวเลขจะประกาศในสัปดาห์นี้

 สรุปทิศทางราคาทองคำหลังจบการเลือกตั้งสหรัฐฯในระยะสั้นมองเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ

กรอบการลงทุน
Gold Spot
$1,199 – $1,222

GOZ18
$1,202 – $1,224

ราคาทองสมาคม
18,750 – 19,050 บาท

 

 

จัดทำโดย
นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์
นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ตำแหน่งนักวิเคราะห์อาวุโส
บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

 

 

เริ่มต้นการทุนกับเรา เพียง 10,000 บาท

สัมมนา Gold Online ที่โคราช