สวัสดีครับท่านนักลงทุนเชื่อว่าทุกท่านต้องเคยที่จะลงทุนในทองคำในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแน่นอนนะครับ แต่ก่อนอื่นต้องขออธิบายภาพกว้างๆ ก่อนว่า…“ทองคำ” นั้นคืออะไร ทองคำคือแร่ทองคำโดยรูปลักษณ์ภายนอกมีความเงางามและมีมูลค่าในตัวเองจากการให้คุณค่าโดยมนุษย์ มีความหายากและมีจำนวนน้อยซึ่งประเด็นนี้ย่อมทำให้ Supply ในตลาดมีน้อย ราคาดุลยภาพ (Equilibrium Price) จึงปรับตัวสูงขึ้นตามกฎของ Demand-Supply อย่างไรก็ตามทางเลือกในการลงทุนในทองคำในปัจจุบันถือว่ามีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อ “ตอบสนอง” และ “แก้ปัญหา” ในประเด็นต่างๆ ที่เป็นข้อจำกัดเช่น 1.การเก็บรักษา 2.การส่งมอบและเคลื่อนย้าย 3.การเก็งกำไร 4.กลยุทธ์การลงทุน 5.ปริมาณการซื้อขาย 6.การสะสมและคุณค่าทางจิตใจ 7.ประเพณีนิยม ฯ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้เกิด Investment Asset ในรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายโดยที่กระบวนการนี้เราเรียกว่า “นวัตกรรมการลงทุน” หรือ “นวัตกรรมทางการเงิน” นั้นเอง ซึ่งหากพิจารณาโดยละเอียดแล้วจะพบว่าการลงทุนในรูปแบบต่างๆ สามารถตอบโจทย์ผู้ลงทุนได้ครบเกือบทุกประเภทเพียงแต่ว่าการจะหารูปแบบการลงทุนใดรูปแบบเดียวที่จะสามารถตอบโจทย์ผู้ลงทุนทุกกลุ่มย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นทางเลือกในการลงทุนทองคำ ซึ่งขอเรียงลำดับตามความซับซ้อนจากระดับที่เข้าใจง่ายไปสู่ระดับที่เข้าใจได้ยากเพื่อให้ท่านนักลงทุนได้เห็นภาพกว้างๆ นะครับซึ่งความซับซ้อนนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญกับความเสี่ยงนะครับเพราะทุกรูปแบบย่อมมีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปในขณะที่ความเสี่ยงด้าน “ราคา”` นั้นนักลงทุนต้องเผชิญเป็นปกติอยู่แล้วในทุกรูปแบบการลงทุน

1.Physical Gold
1.1 Gold Bullion/Gold Bars: ทองคำแท่งเป็นการลงทุนในทองคำรูปแบบแรกซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นรูปแบบแรกสุดที่มีความซับซ้อนน้อยที่สุดโดยวัตถุประสงค์เพื่อการรักษามูลค่าและเก็บความมั่งคั่งซึ่งก็มีข้อดีหลายประการได้แก่ มีความเป็นสากล สามารถวัดมูลค่าได้ชัดเจน ไม่มีค่ากําเหน็จ แต่ก็มีข้อพิจารณาคือ เคลื่อนย้ายได้ลำบากเพราะมีน้ำหนักและมีความเสี่ยง มีความเสี่ยงในการเก็บรักษาหรือาจมีค่าใช้จ่ายในการฝากไว้กับตู้นิรภัยของธนาคาร
1.2 Gold Ornament: ทองรูปพรรณน่าจะเป็นการลงทุนในทองคำที่มีความนิยมมากที่สุดจากประเด็นทางด้านธรรมเนียมและประเพณีนิยมที่ค่อนข้างเป็นสากลทั่วโลกข้อดีก็คือสามารถชื่นชมความเงางามและรูปแบบในเชิงศิลป์ได้ทำให้เจ้าของสามารถมีสุนทรียภาพได้พร้อมๆ กับการรักษามูลค่า นอกจากนั้นยังใช้เป็นสื่อกลางในพิธีการ/พิธีกรรมต่างๆ เช่น งานแต่งงานฯ ได้อีกด้วย แต่ข้อพิจารณาก็มีคล้ายๆ กับทองคำแท่งแต่จะมีมากกว่าข้อหนึ่งก็คือ “ค่ากําเหน็จ” ซึ่งยากจะหลีกเลี่ยงได้ทั้งขาซื้อและขาขายเรียกได้ว่าขาซื้อท่านจะต้องจ่าย Premium ค่าความสวยงามและค่าแรงงานในขณะที่ขาขายท่านต้องมีส่วนลด Discount ให้ผู้ซื้อเพราะผู้ซื้อจะมีสมมติฐานว่าลวดลายดังกล่าวอาจไม่ใช่แนวนิยมของเขาและหากนำไปขายต่อเขาก็จะต้องมีส่วนลดเช่นกันเรียกได้ว่าก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง…แล้วท่านนักลงทุนแปลกใจไหมครับว่าทำไมทองรูปพรรณจึงเป็นที่นิยมมากที่สุดคำตอบก็มีหลากหลาย เช่น 1.สามารถซื้อในสัดส่วนที่ย่อยกว่าทองคำแท่งได้ 2.ประเพณีนิยมที่สะท้อนความมั่งคั่งของผู้ถือครองฯ
1.3 Gold Coin: เหรียญทองคำเป็นการลงทุนในเชิงการสะสมและเก็งกำไรในระยะยาวมากกว่าที่จะนำมาชื่นชมความเงางามในระยะสั้นกล่าวคือมีความงามในมิติของทองรูปพรรณและเก็บมูลค่าได้แบบทองคำแท่งนอกจากนั้นยังสามารถเก็งกำไรได้เป็นอย่างดีที่สำคัญคือเหรียญทองคำมีโอกาสราคาตกน้อยมากเพราะมีมูลค่าในตัวรวมทั้งมีปริมาณที่จำกัดทำให้เป็นที่หมายปองของเศรษฐีทั่วโลก ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าในจำพวกทองคำแบบ Physical Gold นั้นเหรียญทองคำมีแนวโน้มที่จะน่าสนใจมากที่สุดเพราะรวมข้อดีของการลงทุนสองรูปแบบแรกเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตามข้อจำกัดก็ยังคงเป็นข้อจำกัดเดิมๆ คือความเสี่ยงจากการเก็บรักษานั้นเอง

2.Intangible Gold
2.1 Gold Online: ทองคำออนไลด์ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาของเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคหลังปี ค.ศ. 1990-2000 ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นจากความสามารถที่เข้ามาลดข้อจำกัดบางประการของการลงทุนในทองคำแท่งได้นั้นก็คือการเก็บรักษา แต่ประเด็นในการพิจารณาลงทุนก็ยังคงมีอยู่นั้นก็คือต้องเลือกใช้บริษัทหรือสื่อกลางที่ท่านไว้ใจได้เพราะการซื้อทองคำออนไลด์จริงๆ แล้วไม่ได้ต่างกับการซื้อแบบฝากทองคำไว้กับร้านทองที่เราได้รับใบฝากเลย อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีความนิยมมากขึ้นแต่ก็ยังไม่มากเท่าที่ควรจะเป็นเพราะนักลงทุนยังติดภาพจำเดิมๆ ที่สามารถลูบคำทองคำแท่งได้อยู่เช่นเดิม
2.2 Gold Fund: การลงทุนในกองทุนทองคำมีข้อดีประการแรกเลยก็คือนักลงทุนสามารถซื้อทองคำในจำนวนที่มีมูลค่าเป็นหน่วยลงทุนซึ่งหมายความว่าจะต่ำกว่าการซื้อทองคำ “เต็มบาท” หรือ “เต็มจำนวน” เช่นถ้าท่านอยากซื้อทองคำออมไว้ 5,000 บาทท่านสามารถซื้อกองทุนทองคำในจำนวนหน่วยลงทุนเท่ากับ 5,000 บาทได้ (สมมติหน่วยลงทุนหน่วยละ 100 บาท ท่านก็ซื้อ 50 หน่วย) ในขณะที่หากท่านลงทุนในทองคำแท่งท่านลงซื้อเต็มจำนวนซึ่งหลายท่านอาจยังไม่มีความพร้อมเช่น นักศึกษาหรือ First Jobber อย่างไรก็ตามความง่ายย่อมมาพร้อม “ต้นทุน” ในการบริหารซึ่งอาจเก็บสูงต่ำแตกต่างกันไปหากกองนั้นลงทุนในกองทุนทองคำต่างประเทศอีกที (Feeder Fund หรือ Fund of Funds) ค่าใช่จ่ายที่ท่านต้องจ่ายจะมีมากขึ้นตามไปด้วยเพราะต้องจ่ายให้บริษัทจัดการกองทุนในประเทศไทยและค่าธรรมเนียมกองทุนในต่างประเทศ
2.3 Gold ETF: ถือเป็นการนำข้อดีของการลงทุนในกองทุนทองคำและข้อดีในลักษณะของการลงทุนในหุ้นมาผสมกันซึ่งโดยภาพรวมแล้วเหมือนกับการกองทุนในกองทุนทองคำทุกประการ (ETF ก็คือกองทุนรูปแบบหนึ่ง) แต่มีข้อดีที่น่าสนใจกว่าคือค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าการลงทุนในกองทุนทองคำแต่นักลงทุนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการซื้อขายเช่นเดียวกับหุ้น
2.4 Derivetive (Gold Future & Gold Option): การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นทองคำโดยหลักแล้วกระทำไปเพื่อประโยชน์สองประการคือ 1.เก็งกำไร 2.บริหารความเสี่ยง ซึ่งด้วยข้อดีของการเปิดสถานะในขาลงได้่ทำให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรและบริหารความเสี่ยงสถานะการลงทุนของท่านได้อย่างคล่องตัวและที่สำคัญตราสารอนุพันธ์ยังมีสเน่ห์ที่น่าสนใจกว่าใครเพื่อนก็คือความสามารถในการขยายฐานทุนหรือ Leverage (ทั้งนี้ Leverage คือดาบสองคมซึ่งหากนักลงทุนบริหารความเสี่ยงไม่ดีนักลงทุนจะขาดทุนอย่างหนักจนถึงขั้นหมดพอร์ตดังนั้นหากท่านมีความสนใจการลงทุนประเภทนี้ขอแนะนำว่า 1.มีวินัยมากๆ 2.วางเงินหลักประกันอย่างเหมาะสม 3.ศึกษาอย่างจริงจัง 4.ไม่โลภเกินตัว 5.ควรมีที่ปรึกษาที่มีความรู้และแนะนำท่านได้อย่างเหมาะสมฯ …(https://www.caf.co.th/)

————
จัดทำโดย
ดนวรรธน์ ลือสวัสดิ์
Senior Investment Analyst
-นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
-นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
-นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า