fbpx

ราคาทองคำ กับ Manufacturing PMI มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

ในสัปดาห์นี้จะมีการประกาศ Manufacturing PMI ของประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจอย่าง สหรัฐฯ และยูโรโซน

เราขออธิบายคำจำกัดความของ ”ทองคำกันก่อน ทองคำที่เรากล่าวถึงคือ ราคา Gold Spot ที่มีสกุลเงินในการซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน Manufacturing PMI คือ ดัชนีที่ใช้เป็นตัวบ่งชี้สภาวะทางเศรษฐกิจของภาคการผลิตจะทำการสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อกว่า 400 บริษัท ซึ่งสามารถใช้มูลค่าดังกล่าวในการวิเคราะห์สภาวะทางเศรษฐกิจ โดยตัวแปรหลักคือ ยอดคำสั่งซื้อใหม่ , ปริมาณสินค้าคงคลัง สายการผลิต , การส่งสินค้าซัพพลาย , และการจ้างงาน นั่นหมายความว่าดัชนี Manufacturing PMI ที่ประกาศออกมาจะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมจะชะลอตัวหรือขยายตัว และการวัด Manufacturing PMI เริ่มตั้งแต่ 0 ถึง 100 หากออกมามากกว่า 50 จุด แสดงว่ามีการขยายตัว แต่ถ้าออกมาต่ำกว่า 50.0 จุด สะท้อนการหดตัว

แล้วเราจะวัดโดยวิธีไหนบ้าง หากคิดเร็วๆได้หลายวิธี ซึ่งเราเลือกมา 1 วิธีคือ การเคลื่อนไหวของราคา Gold Spot และ Manufacturing PMI ของสหรัฐฯ

จากกราฟจะสังเกตได้ว่าดัชนี Manufacturing PMI ของสหรัฐฯ มีการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับราคา Gold Spot เนื่องจาก Manufacturing PMI เป็นการนำข้อมูลของ ยอดคำสั่งซื้อใหม่ , ปริมาณสินค้าคงคลัง สายการผลิต , การส่งสินค้าซัพพลาย , และการจ้างงาน หาก Manufacturing PMI ลดลงแสดงให้เห็นว่าสภาพเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯกำลังจะชะลอตัว

ขณะที่การเคลื่อนไหวของราคา Gold Spot และ Manufacturing PMI ของยูโรโซน มีการเคลื่อนไหวเหมือนกับสหรัฐฯกับ Gold spot แสดงว่าหากตัว Manufacturing PMI ของสหรัฐฯและยูโรโซนชะลอตัวจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

ทั้งนี้ราคา Gold Spot ไม่ได้รับผลกระทบจาก Manufacturing PMI เพียงอย่างเดียว แต่รับปัจจัยจากตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างเช่น GDP , การจ้างงาน , อัตราเงินเฟ้อ และดัชนีความเชื่อมั่น ทั้งนี้การลงทุน Gold Spot ต้องติดตามอุปสงค์ และอุปทาน , การใช้นโยบายทางการเงินของนานาประเทศ และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก

 

จัดทำโดย
นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์
นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด