fbpx

ถือว่าเป็นพระเอกสำหรับนักลงทุนหลายท่านในสัปดาห์นี้จริงๆ กับหุ้นกลุ่มธนาคาร 3 ตัวใหญ่อย่าง BBL KBANK SCB ที่มีการรีบาวนด์ขึ้นมาจากโซนแนวรับสำคัญของแต่ละตัว จึงเกิดคำถามซึ่งเป็นหัวข้อของเราในวันนี้ว่า กลุ่ม BANK กลับมาแล้วจริงๆหรือเป็นเพียงการรีบาวนด์ทางเทคนิคเท่านั้น วันนี้ Classic Ausiris มีคำตอบให้ทั้งในมุมปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค รวมไปถึงแนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุนใน Single Stock Futures 3 แบงค์ใหญ่ เรามีคำแนะนำในการลงทุนอย่างไร

ปัจจัยกระทบ BANK และเหตุแห่งการรีบาวนด์

ในมุมของปัจจัยพื้นฐาน ต้องขอกล่าวถึงสาเหตุที่ราคาปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยประกอบด้วยกัน 3 ปัจจัยหลัก ซึ่งเป็นเหตุและผลต่อเนื่องกัน ดังนี้

  1. คาดการณ์แนวโน้มการชะลอตัวทางเศรษฐกิจไทย หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ประกาศออกมาในเดือน พ.ค. – ก.ค. 2562 ไม่ค่อยดี รวมถึงการปรับลดการคาดการณ์ GDP ของไทยปี 2562 ลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่า 3.3%
  2. ตามมาด้วยเหตุการณ์หักปากกาเซียนอย่าง คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.75% เป็น 1.50% นับเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ FED มีมติลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
  3. ปัจจัยสุดท้าย ธนาคารพาณิชย์เริ่มทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ MRR และ MOR ลง โดยให้เหตุผลว่า เป็นการลดภาระต้นทุนในการดดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME และลูกค้ารายย่อย และขานรับนโยบายดอกเบี้ยของ กนง

ทั้ง 3 ปัจจัยนี้ ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 14 ส.ค. 2562 ซึ่งก็คือวันที่ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้นั่นเอง หลังจากนั้นราคาหุ้นกลุ่มธนาคารก็เริ่มรับรู้ข่าวการปรับลดดอกเบี้ยไปพลางรับรู้ข่าวสงครามการค้าที่ยังไม่ได้ข้อสรุป…และการที่ราคาลดลงทำให้เกิดความต้องการซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารมากขึ้นจากประเด็นของ Yield% หรืออัตราส่วนปันผลตอบแทนที่เริ่มสูงขึ้น และทำให้หุ้นกลุ่มแบงค์มีความน่าสนใจขึ้นมา

จะเห็นว่า ราคาหุ้นลดลงทำให้ Yield% สูงขึ้น และการที่ Yield% สูงขึ้นย่อมเป็นเป้าหมายของนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนจากปันผล ซึ่งก็มีตั้งแต่กลุ่มรายย่อยในประเทศไปจนถึงนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนต่างชาติ เราคาดว่าการที่ Yield% สูงขึ้น เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการรีบาวนด์ในรอบนี้ แต่เรายังมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า หรือ FED อาจมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งหากยังมีปัจจัยเหล่านี้อยู่ เราจึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าการรีบาวนด์ครั้งนี้ของกลุ่ม Bank คือการกลับมาแล้วจริงๆ…ทั้งนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการทำกำไรในหุ้นอ้างอิงกลุ่ม Bank สามารถดูภาพทางเทคนิคประกอบและตัดสินใจลงทุนด้วย Single Stock Futures ที่สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ดังนี้

มุมมองทางเทคนิคและกลยุทธ์การลงทุนใน Single Stock Futures

BBL แนวต้าน 178.50 บาท แนวรับ 175 และ 171.50 บาท

มีการฟอร์มตัวของราคาขึ้นมาเป็นระยะๆในโซนราคา 165 -170 บาท ก่อนจะทะลุขึ้นมาปิดที่ราคา 177.50 บาทพร้อมวอลุ่มหนาแน่น

กลยุทธ์:

  1. ถ้าราคาย่อลงมาแถวๆโซน 171-173 บาท น่าเข้า Long โดยมีเป้าหมายที่แนวต้านแรก ราคา 178.50 บาท และ Stop Loss ที่ราคา 170 บาท
  2. หากราคาไม่ผ่าน 178.50 บาท แล้วมีแรงขายทำกำไรออกมา ให้ Wait & See ก่อน ยังไม่แนะนำให้เข้า Short เพราะกรอบค่อนข้างแคบ ยกเว้นว่ามีปัจจัยลบที่สำคัญเข้ามากระทบก่อให้เกิดแรงขาย นั่นแหละ…จังหวะเข้า Short ของคุณ

KBANK แนวต้าน 172 บาท แนวรับ 162 บาท

ราคามีการสะสมในโซน 155-162 บาท ภาพคล้ายๆ BBL แต่มีการกระโดดต่อเนื่อง 2 แท่ง อัพไซด์ค่อนข้างจำกัดในฝั่ง Long

กลยุทธ์:

  1.  หากราคามีการย่อลงไปบริเวณ 164-165 บาท จะทำให้อัพไซด์มากขึ้นในฝั่ง Long โดยจะมีเป้าหมายที่ 172 บาท และ Stop Loss ที่ 162 บาท
  2. การขึ้นมาแตะบริเวณ 172 บาท หากไม่ผ่าน น่าเข้า Short เล่นสั้นบริเวณ 170 บาท เป้าหมาย 165 บาท Stop Loss 172 บาท เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงจากการขาดทุนได้

SCB แนวต้าน 125 และ 128 บาท แนวรับ 120 บาท

ราคาตามหลังเพื่อนอย่าง BBL และ KBANK เนื่องจากไม่มีการฟอร์มตัวมาก่อน แต่การทะลุแนวต้าน 120 บาทขึ้นมา ถือว่าน่าสนใจในการเข้า Long

กลยุทธ์:

  1. หากมีการย่อไม่หลุด 120 บาท น่าสนใจในการเข้า Long มีเป้าหมายทำกำไรที่แนวต้าน 125 และ 128 บาท จุด Stop Loss ที่ Low แท่งล่าสุดที่ราคา 118 บาท
  2. เปิดกระโดดไม่เกิน 125 บาท น่าเข้า Long เช่นกัน โดยจะขยับเป้าหมายเป็น 128 และ 130 บาท โดยมีจุด Stop Loss ที่ราคา 120 บาท
  3. หากราคามีแอคชั่นอื่นนอกเหนือจากนี้ Wait & See สถานเดียว

เปิดบัญชี TFEX กับ ClassicAusiris

พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!

Pin It on Pinterest