fbpx

แนวโน้มราคาน้ำมันหลังสหรัฐฯถอนตัวตกลงอิหร่าน

หลังจากที่ทรัมป์ แถลงการณ์ว่า สหรัฐฯจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านที่ลงนามในปี 2558 ระหว่างอิหร่าน และกลุ่มประเทศ P5+1 ได้แก่ จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐฯ และเยอรมนี ทั้งนี้ทรัมป์ยังมีแผนที่จะยกระดับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านเป็นระดับสูงสุด รวมถึงคว่ำบาตรประเทศที่สนับสนุนการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านและทรัมป์ยังกล่าวว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในภูมิภาค รวมถึงในประเทศเยเมนและซีเรีย

ซึ่งเราคาดการณ์ว่าการที่สหรัฐฯมีท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นจะทำให้สหรัฐฯออกมาคว่ำบาตรน้ำมันที่ออกมาจากอิหร่านอีกรอบ โดยอิหร่านมีกำลังการผลิตตอนนี้อยู่ที่ ที่ 3.8 ล้านบาร์เรล/วัน ทำให้คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับขึ้น จากความเสี่ยงด้านการเมืองโลกนั่นเอง

ทั้งนี้การที่ทรัมป์ออกมาถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน เพราะเข้าใจว่าอิหร่านได้ละเมิดข้อตกลงนั้น เหมือนจะไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะว่า UN ส่งหน่วยงานตรวจสอบด้านนิวเคลียร์ไปตรวจสอบกรณีดังกล่าว สรุปว่าอิหร่านปฏิบัติตาม “ข้อผูกพันต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนิวเคลียร์” ตามที่ระบุเอาไว้ในข้อตกลงปี 2558 ที่ทำกับกลุ่มประเทศ P5+1 ทำให้เกิดคำถามใหญ่ๆว่า สหรัฐฯมีสิทธิการที่มาถอนตัวออกทั้งที่อิหร่านไม่ได้ผิดอะไร

หากมาดูฝั่งยุโรปกันบ้าง โดยสรุปยุโรปพยายามให้ข้อตกลงระงับโครงการนิวเคลียร์กับประเทศอิหร่านนั้นยังคงอยู่ต่อไป และกดดันให้สหรัฐฯยกเว้นบริษัทของสหภาพยุโรปจากมาตรการคว่ำบาตรประเทศอิหร่านเพราะกลัวยุโรปเสียประโยชน์

และหากทรัมป์เกิดยอมแพ้ขึ้นมา กลับลำว่าไม่ออกมาจะเป็นปัจจัยลบสำคัญต่อราคาน้ำมัน

สรุปหากทรัมป์เดินหน้าคว่ำบาตรอิหร่านเป็นปัจจัยบวกน้ำมัน แต่ถ้าทรัมป์ยอมแพ้เรื่องอิหร่านส่งผลให้ทางตรงกันข้าม

จัดทำโดย
นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์
นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ตำแหน่งนักวิเคราะห์อาวุโส
บริษัท คลาสสิก ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด