fbpx

 

เกมการเมืองสู่สงครามการค้า

 

นับได้ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 ที่ชื่อทรัมป์ เข้ามาบริหารไม่ถึง 2 ปี ได้สร้างเงื่อนไขต่าง ๆ ไว้เยอะมากอย่าง การเปิดสถานทูตในเยรูซาเลม หรือการลดภาษีในประเทศ แต่วันนี้เราจะวิเคราะห์ประเด็นที่ใหญ่สุดในตอนนี้คือ สงครามการค้า ที่ทรัมป์เป็นผู้เริ่มก่อขึ้น โดยมี Timeline สงครามการค้ามีดังนี้

ทั้งนี้สงครามการค้าในช่วงเดือน มี.ค. ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนรวมถึงผู้เขียน ประเมินว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้สหรัฐฯเสียประโยชน์มากกว่าได้ประโยชน์ แต่พอผู้เขียนกลับมานั่งคิดในประเด็นสงครามการค้าอีกครั้ง ได้ตกตะกอนคิดอีกมุมหนึ่ง โดยผู้เขียนได้ตั้งคำถามว่า “ทรัมป์ได้ประโยชน์อะไรจากสงครามการค้า” เพราะถ้าทรัมป์ไม่มองว่าไม่ได้เปรียบจะทำไปเพื่ออะไร?  ซึ่งคำตอบจากการเก็บข้อมูลคือ ทรัมป์จะได้ประโยชน์ในมุมของการเก็บภาษี เพราะสหรัฐฯมีการส่งออกไปประเทศที่ขึ้นภาษีน้อยกว่าการนำเข้า

 

มาดูกันว่ามูลค่าการส่งออกและนำเข้ามากขนาดไหน

นี่คือข้อมูลดุลการค้าของสหรัฐฯปี 2016 ที่เป็นการนำเข้าและส่งออก มีเวลา 2 ชั่วโมงในการเขียนข้อมูลจึงช้าไปขออภัยด้วยนะครับ

หน่วย : พันล้านดอลลาร์

  U.S. Imports U.S. Exports
China 462.88 115.72
Canada 277.89 267.01
Mexico 294.11 231.08
Germany 114.52 49.08
France 46.62 31.08
Italy 45.26 16.74

 

ฉะนั้นแล้วการขึ้นภาษีสินค้านำเข้ามีประโยชน์ในมุมที่สหรัฐฯจะได้ภาษีจากสินค้านำเข้ามากกว่าเสียภาษีจากการส่งออก และประโยชน์อีกหนึ่งต่อ คือ ราคาสินค้าจากต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชากรสหรัฐฯกลับมาซื้อสินค้าที่ผลิตโดยสหรัฐฯมากขึ้น เพราะราคาที่ถูกกว่าเนื่องจากไม่โดนภาษีนำเข้า ประกอบกับคุณภาพสินค้าที่ใกล้กับ และต่อไปจะเข้าคำว่า “อเมริกาซื้อของอเมริกาใช้ของอเมริกา” จะสร้างการเติบโตของ GDP ซึ่งประกอบด้วย (การบริโภค C + การลงทุนภาคเอกชน I + การลงทุนภาครัฐ G + การส่งออก X – การนำเข้า M ) ที่มั่นคงมากขึ้น จะได้จากการบริโภค C

มาถึงคำถามสำคัญว่าทำไมช่วงนี้ค่าเงิน US Dollar Index ถึงแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 11 เดือน ทั้งนี้ที่มีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน น่าจะทำให้ค่าเงิน US Dollar Index อ่อนมากกว่า

 

ในมุมมองของผู้เขียนหากตอนนี้จะถือเงิน ผู้เขียนจะถือเงิน US Dollar เพราะอะไร เรามาดูค่าเงินสกุลอื่นประกอบไปด้วย

 

  • ทำไมถึงไม่อยากถือค่าเงินปอนด์ เพราะมีปัญหา Brexit อยู่ออกเมื่อไหร่อ่อนแน่
  • เงินยูโรมีเรื่องอิตาลีที่มีหนี้สูงมาก ๆ มีโอกาสที่ยูโซนจะแตก
  • เงินหยวน รัฐคุมไม่อยากเสี่ยง
  • เงินเยนมีปัญหาเรื่องการแก้อัตราเงินฝืด มีโอกาสที่ BOJ จะออกมาตรการที่ทำให้ค่าเงินอ่อน
  • ส่วนเงิน US Dollar มีความเสี่ยงน้อยที่สุด และมีสภาพคล่องสูง ถึงแม้จะมีทรัมป์เป็นประธานาธิบดีก็เถอะ ก็มีความปลอดภัยมากที่สุด

 

 

ทั้งนี้การที่ค่าเงิน US Dollar แข็งค่าที่สุดในรอบ 11 เดือน เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคา Gold Spot เป็นอย่างมาก

 

แหล่งข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ :

  • Aspen
  • bloomberg

 

จัดทำโดย
นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์
นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ตำแหน่งนักวิเคราะห์อาวุโส
บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

Pin It on Pinterest