อย่างที่ทราบกันดีนะครับว่าตลาดหุ้นทางฝั่งสหรัฐฯ ลงแรงในช่วงวันก่อนหน้าตามที่ผมได้เขียนรายงานให้ท่านได้ทราบเมื่อคืนสำหรับวันนี้ตลาดหุ้นไทยเองเปิดตลาดมาก็ไม่น่าจะรอดโดยเฉพาะในฝั่ง Long Position ซึ่งผมเป็นห่วงมากและเชื่อว่าต้องมีการขาดทุนไม่มากก็น้อยแน่นอนดังนั้นจึงของนำเสนอรูปแบบการตัดขาดทุนให้ท่านลองใช้ง่ายๆ ดูในวันนี้นะครับซึ่งโดยส่วนตัวแล้ววันนี้ผมว่าควรปิดสถานะป้องกันความเสี่ยงไปก่อนแต่ต้องยอมรับว่าอาจมีรีบาวด์หลับบ้างไม่ต้องเสียใจนะครับเพราะต้องไม่ลืมว่าถ้าไปรีบาวด์กลับอาจลงยาวให้เห็นเลยก็ได้ คราวนี้มาดูกันว่าการตัดขาดทุนมีรูปแบบใดกันบ้าง…

1.การตัดขาดทุนด้วยปัจจัยทางเทคนิค(Technical Stop)
การตัดขาดทุนด้วยวิธีนี้ส่วนมากมักใช้เครื่องมือทางเทคนิคประเภทแนวโน้มเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลักเช่นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หรือ Parabolic Sar รวมทั้ง Trend line และแนวรับแนวต้านฯ เป็นสำคัญ ซึ่งท่านนักลงทุนจะเลือกใช้เครื่องมือประเภทใดก็ขึ้นกับความถนัดของท่านแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ด้วยเช่น ระดับการยอมรับความเสี่ยงและ Time frame ที่ใช้เพราะค่าพารามิเตอร์แต่ที่ต่างกันย่อมส่งผลต่อระดับของการตัดขาดทุนของท่านอย่างแน่นอน
2.การตัดขาดทุนด้วยจำนวน % ของ Portfolio(Percentage Loss)
วิธีนี้อาจใช้ Portfolio เป็นตัววัดหรืออาจใช้ปริมาณการขาดทุนที่เป็นเปอร์เซนต์ในการซื้อขายแต่ละครั้งมาใช้ก็ได้ เช่นในรอบนี้เราตั้งใจที่จะตัดขาดทุนเมื่อขาดทุนไปแล้ว 5%ฯ อย่างไรก็ตามการตัดขาดทุนแบบนี้เราก็ยังแนะนำว่าเป็นวิธีการที่น่าสนใจเพราะสามารถบอกความสูญเสียได้ชัดเจนและตรงประเด็น ทั้งนี้แนะนำว่าอย่างไรก็ตามไม่ควรขาดทุนเกิน 10% ของ Portfolio เพราะการจะทำกำไรกลับคืนมานั้นเป็นไปได้ยากพอสมควรโดยเฉพาะสำหรับมือใหม่

3.การตัดขาดทุนด้วยระยะเวลา(Time Stop)
วิธีการนี้หลายท่านอาจจะไม่ค่อยได้ยินโดยเฉพาะนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่ถือหุ้นจนกว่าพื้นฐานจะเปลี่ยน แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนในตลาดก็มีหลายประเภทใช่จะมีแต่นักลงทุนคุณค่าจริงไหมครับเพราะนักเก็งกำไรที่หวังเฉพาะส่วนต่างของราคาก็มีโดยเฉพาะในระยะสั้นและอันที่จริงดูก็จะมีมากกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นเงื่อนไขด้านเวลาจึงมีความสำคัญเพราะมี “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” เข้ามา วิธีการนี้ก็ไม่ยากครับอธิบายแบบสั้นๆ ก็คือเมื่อท่านนักลงทุนถือหุ้นตัวหนึ่งนานเกินไปอย่างมีนัยสำคัญแล้วมันไม่ไปไหนเลยไม่ขึ้นและยังไม่ลงเพราะถ้าลงท่านก็จะตัดขาดทุนไปแล้วจริงไหมครับ ดังนั้นต้นทุนค่าเสียโอกาสจึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้แทนที่ท่านจะได้ไปทำกำไรจากตัวอื่น เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วถ้ามันนานเกินเราจะรอก็ทิ้งเขาไว้กลางทางดีกว่านะครับเพราะสิ่งที่ขาดทุนไปก็คือ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส”

4.ตัดขาดทุนด้วยสัญชาตญาณ
วิธีการนี้อาจฟังดูไม่ค่อยจะมีระเบียบวินัยเท่าไหร่แต่บางครั้งในตลาดการลงทุน “สัญชาตญาณ” ของเราก็มีส่วนจำเป็น ทั้งนี้อาจมีหลายท่านแย้งว่าไม่ควรใช้อารมณ์ซึ่งก็ถูกครับแต่ในกรณีนี้ผมแนะนำว่าหลายครั้งเราต้องถือหุ้นหรือถือสถานะในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้วยความเครียดแบบนี้ไม่แนะนำเลยเพราะถึงได้กำไรก็คงจะต้องหมดไปกับค่าหมอค่ายา ดังนั้นท่านพิจารณาง่ายๆ ว่าถ้าถือสถานะใดก็ตามที่ไม่สบายใจท่านควรปิดสถานะออกมาดีกว่า ทั้งนี้ท่านก็ควรจะต้องแยกให้ออกระหว่าง สัญชาตญาณ อารมณ์และเหตุผลซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าใดเพราะอารมณ์กับสัญชาตญาณก็ใกล้เคียงกันจนแทบจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ว่าได้

5.การตัดขาดทุนด้วยเหตุผลอื่นๆ
เช่นข่าวลบซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้แนะนำให้ท่านเสพข่าวนะครับแต่ข่าวลบบางที่มันก็มีมูลเหมือนกันหรือถึงไม่มีนักลงทุนท่านอื่นขายทิ้งก็ร่วงอยู่ดีจริงไหมครับ ถ้าท่านไม่อยากขายท่านควรเปิดสถานะการป้องกันความเสี่ยงด้วยตราสารอนุพันธ์ทางการเงินเช่นฟิวเจอร์สหรือออปชั่นประกอบการลงทุน

โดยสรุปนะครับการตัดขาดทุนนั้นมีหลายรูปแบบและหลายวิธีการ ท่านสามารถเลือกใช้ได้ตามที่ต้องการและความเหมาะสมเพราะไม่มีวิธีการใดดีที่สุดและไม่มีวิธีการใดถูกต้องทุกครั้ง ดังนั้นท่านควรเลือกใช้ตามจังหวะและโอกาสแต่การไม่เลือกใช้การตัดขาดทุนใดๆ เลยจะนำมาซึ่งความหายนะอย่างแน่นอน พอจะเห็นภาพไหมครับว่าต่อให้ท่านไม่มีวิธีการใดเลยแต่ท่านยังเลือกที่จะตัดขาดทุนยังดีเสียกว่ามีเครื่องไม้เครื่องมือเยอะแยะมากมายแต่ไม่กล้าแม้แต่จะตัดสินใจซึ่งผลสุดท้ายก็คือไม่ได้ตัดขาดทุนและก็ขาดทุนไปเรื่อยๆ จนหมดพอร์ตซึ่งเราไม่ต้องการให้ท่านต้องเจอกับเรื่องอะไรแบบนั้นเลยและถึงแม้ว่าวิธีการที่เราอธิบายอาจไม่ละเอียดและไม่ลึกซึ้งแต่ท่านสามารถไปต่อยอดได้อีกมากมาย ขอให้โชคดีกับการลงทุนครับ

————
จัดทำโดย
ดนวรรธน์ ลือสวัสดิ์
Senior Investment Analyst
-นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
-นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
-นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า