สินค้า SET50 Index Options

SET50 Index Options
สามารถสร้างกลยุทธ์ ทำกำไรได้ในทุกสภาวะตลาด

นำไปประยุกต์ใช้หรือผสมผสานกับฟิวเจอร์ส เช่น SET50 Futures, Single Stock Futures เพื่อออกแบบกลยุทธ์การลงทุน ที่สามารถรับมือได้ทุกสถานการณ์

ในมุมเทรดเดอร์

อยากเล่าว่า Options มีประโยชน์อย่างไร

...

เก็งกำไรตามทิศทางตลาด

ขาขึ้นซื้อ Call Options, ขาลงซื้อ Put Options

...

สร้างกำไรจากความผันผวนของตลาดด้วยการสร้างกลยุทธ์

ซื้อ Call Options และซื้อ Put Options พร้อมกัน

...

ลงทุนฝั่งขาย Options เพื่อรับค่าพรีเมี่ยม

ซึ่งตลาดในประเทศไทยขาย Options กำไรง่ายกว่า

...

สร้างโอกาสในการทำกำไรไม่จำกัด แต่ขาดทุนแบบจำกัด

บทวิเคราะห์ประจำวัน

ทุกข้อมูลสำคัญ ที่ทำให้การตัดสินใจลงทุนของคุณเป็นเรื่องง่าย โดยทีมนักวิเคราะห์คุณภาพจากคลาสสิก ออสสิริส

หมายเหตุ : ลักษณะของสัญญาข้างต้น ได้มีการปรับปรุงเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ผู้สนใจสามารถดูแบบของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฉบับสมบูรณ์ได้ที่
หัวข้อ ลักษณะของสัญญา
สินค้าอ้างอิง ดัชนี SET50 ที่คำนวณและเผยแพร่โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ชื่อย่อสัญญา S50C: Call Options
S50P: Put Options
ตัวคูณดัชนี 200 บาท ต่อ 1 จุดของดัชนี
เดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ เดือนใกล้ 3 เดือนติดต่อกัน และ เดือนสุดท้ายของไตรมาสถัดไป
ช่วงราคาซื้อขายขั้นต่ำ 0.1 จุด (คิดเป็น 20 บาทต่อสัญญา)
ช่วงการเปลี่ยนแปลง
ของราคาสูงสุดแต่ละวัน
±30% ของราคาปิดของดัชนี SET50 ล่าสุด
ประเภทการใช้สิทธิ ใช้สิทธิได้เมื่อสัญญาถึงกำหนดเท่านั้น (European)
เวลาซื้อขาย
Pre-open:
09:15 น. - 09:45 น.
Open session:
09:45 น. - 16:55 น.
Pre-open:
13:45 น. - 14:15 น.
Afternoon session:
14:15 น. - 16:55 น.
การจำกัดฐานะ ห้ามมีฐานะสุทธิรวมใน Stock Futures ของหุ้นใดหุ้นหนึ่งในเดือนใดเดือนหนึ่งหรือทุกเดือนรวมกันไม่เกินกว่าจำนวนที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประกาศกำหนด
วันซื้อขายวันสุดท้าย วันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ โดยสัญญาที่ครบอายุจะสิ้นสุดการซื้อขายในเวลา 16:30 น.
ราคาที่ใช้ชำระราคาในวันซื้อขายวันสุดท้าย คำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของการซื้อขายของหุ้นอ้างอิงของ Stock Futures ในช่วง 15 นาทีสุดท้ายและ ณ เวลาปิดทำการซื้อขายของหุ้นอ้างอิงในวันซื้อขายวันสุดท้าย โดยใช้ค่าทศนิยม 2 ตำแหน่ง
วิธีการส่งมอบ/ชำระราคา ชำระราคาเป็นเงินสด

    หลักประกันสองประเภทหลักๆ ที่ผู้ลงทุนควรให้ความสนใจก่อนซื้อขาย ได้แก่ หลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) และหลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin) เนื่องจากในการซื้อขายอนุพันธ์ ผู้ลงทุนต้องวางเงินประกันขั้นต้นตามระดับที่โบรกเกอร์อนุพันธ์กำหนดไว้ก่อนการซื้อขาย และหลังจากซื้อขายแล้ว โบรกเกอร์จะคำนวณกำไรขาดทุนให้ผู้ลงทุนทุกวันทำการ ทำให้เงินในบัญชีของผู้ลงทุนอาจเคลื่อนไหว เพิ่มขึ้นหรือลดลง ตามราคาฟิวเจอร์สที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน

    ทั้งนี้ อัตราหลักประกันที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากผู้ลงทุน จะใช้แนวทางที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (FI Club) กำหนดใน มาตรฐานการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในส่วนที่เกี่ยวกับหลักประกันซึ่งปัจจุบันสำหรับผู้ลงทุนทั่วไปกำหนด 1.9 เท่า และ ผู้ลงทุนสถาบันกำหนด 1.35 เท่า ของอัตราที่บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Thailand Clearing House (TCH) กำหนด

#