สินค้า Single Stock Futures

Single Stock Futures

ใช้เงินน้อย ทำกำไรได้ทั้งหุ้นขึ้นและหุ้นลง

วางเงินเพียงเล็กน้อย ลงทุนหุ้นเต็มจำนวน
ผลตอบแทนสูงขึ้น กลยุทธ์ลงทุนหลากหลาย

จะดีหรือไม่

หากคุณซื้อหุ้นราคา 10 บาท ได้ในราคา 1 บาท
และจะดีกว่าไหม…ถ้าตลาดขาลงก็ทำกำไรได้

...
เป็นช่องทางสร้างผลกำไรใหม่ๆ

สามารถนำไปใช้ประกอบกับการลงทุนในหุ้น ในส่วนของบริหารความเสี่ยงจากราคาหุ้น

...
ใช้สร้างผลกำไรได้สองทาง

ซื้อก่อนขาย หรือ ขายก่อนซื้อ ก็ได้ ทำให้ผู้ลงทุนสามารถทำกำไรจากส่วนต่างราคาได้ในทุกสภาพตลาด

...
อัตราผลตอบแทนสูง ต้นทุนต่ำ

ใช้เงินทุนน้อย เพียงแค่วางหลักประกันขั้นต้น ประมาณ 10% ข้อมูลค่าทำให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า

บทวิเคราะห์ประจำวัน

ทุกข้อมูลสำคัญ ที่ทำให้การตัดสินใจลงทุนของคุณเป็นเรื่องง่าย โดยทีมนักวิเคราะห์คุณภาพจากคลาสสิก ออสสิริส

หมายเหตุ: ลักษณะของสัญญาข้างต้น ได้มีการปรับปรุงเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ผู้สนใจสามารถดูแบบของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว ตามกฎเกณฑ์ของ การจัดให้มีการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
หัวข้อ ลักษณะของสัญญา
สินค้าอ้างอิง หุ้นสามัญจดทะเบียนตามรายชื่อที่ TFEX ประกาศ
ชื่อย่อสัญญา ชื่อย่อหุ้นอ้างอิง
ขนาดของสัญญา 1,000 หุ้นต่อ 1 สัญญา
เดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ เดือน มีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม โดยนับไปไม่เกิน 4 ไตรมาส
ราคาเสนอซื้อขาย เสนอซื้อขายเป็นราคาต่อหุ้น
ช่วงราคาซื้อขายขั้นต่ำ 0.01 บาท (คิดเป็น 10 บาทต่อสัญญา)
ช่วงการเปลี่ยนแปลง
ของราคาสูงสุดแต่ละวัน
±30% ของราคาที่ใช้ชาระราคาล่าสุด
เวลาซื้อขาย
Pre-open:
09:15 น. - 09:45 น.
Morning session:
09:45 น. - 12:30 น.
Pre-open:
13:45 น. - 14:15 น.
Afternoon session:
14:15 น. - 16:55 น.
การจำกัดฐานะ ห้ามมีฐานะสุทธิรวมใน Stock Futures ของหุ้นใดหุ้นหนึ่งในเดือนใดเดือนหนึ่งหรือทุกเดือนรวมกันไม่เกินกว่าจำนวนที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประกาศกำหนด
วันซื้อขายวันสุดท้าย วันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สัญญาสิ้นอายุ โดยในวันนั้นสัญญาที่หมดอายุจะซื้อขายได้ถึงเวลา 16:30 น.
ราคาที่ใช้ชำระราคาในวันซื้อขายวันสุดท้าย คำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของการซื้อขายของหุ้นอ้างอิงของ Stock Futures ในช่วง 15 นาทีสุดท้ายและ ณ เวลาปิดทำการซื้อขายของหุ้นอ้างอิงในวันซื้อขายวันสุดท้าย โดยใช้ค่าทศนิยม 2 ตำแหน่ง
วิธีการส่งมอบ/ชำระราคา ชำระราคาเป็นเงินสด

    หลักประกันสองประเภทหลักๆ ที่ผู้ลงทุนควรให้ความสนใจก่อนซื้อขาย ได้แก่ หลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) และหลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin) เนื่องจากในการซื้อขายอนุพันธ์ ผู้ลงทุนต้องวางเงินประกันขั้นต้นตามระดับที่โบรกเกอร์อนุพันธ์กำหนดไว้ก่อนการซื้อขาย และหลังจากซื้อขายแล้ว โบรกเกอร์จะคำนวณกำไรขาดทุนให้ผู้ลงทุนทุกวันทำการ ทำให้เงินในบัญชีของผู้ลงทุนอาจเคลื่อนไหว เพิ่มขึ้นหรือลดลง ตามราคาฟิวเจอร์สที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน

    ทั้งนี้ อัตราหลักประกันที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากผู้ลงทุน จะใช้แนวทางที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (FI Club) กำหนดใน มาตรฐานการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในส่วนที่เกี่ยวกับหลักประกันซึ่งปัจจุบันสำหรับผู้ลงทุนทั่วไปกำหนด 1.9 เท่า และ ผู้ลงทุนสถาบันกำหนด 1.35 เท่า ของอัตราที่บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Thailand Clearing House (TCH) กำหนด

#