fbpx

หลังจากในเดือน ส.ค. ราคาทองคำผันผวนอย่างหนัก ทำให้ราคาจุดสูงสุดอยู่ที่ $1,550 และต่ำกว่าสุดที่ $1,400 และมีการเคลื่อนไหวมากกว่า $150 โดยปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำผันผวนคือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ทำให้นักลงทุนต้องจับตาราคาทองคำในเดือน ก.ย. ว่าจะมีปัจจัยอะไรเข้ากระทบและเป็นปัจจัยบวกหรือลบต่อราคาทองคำ

ปัจจัยแรกที่จะกระทบตลาดทองคำในวันที่ 1 ก.ย. คือ สหรัฐฯเตรียมที่จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 1.25 แสนล้านดอลลาร และจีนก็เตรียมขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯมูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์  แต่ในปัจจุบันสหรัฐฯกับจีนกำลังเจรจาการค้า ซึ่งอาจสร้างบทสรุปของการเจรจาการค้าดังกล่าวได้หลายแบบได้แก่

  1. การเจรจาไปด้วยดีแต่ยังไม่สามารถจบสงครามการค้าอาจทำให้เราได้เห็นการเลื่อนมาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของทั้ง 2 ประเทศ (-ทอง)
  2. การเจรจาสหรัฐฯ-จีนสามารถตกลงได้ลงตัว และไม่มีกำแพงภาษีระหว่าง 2 ประเทศอีกต่อไป (-ทอง)
  3. .การเจรจาล้มเหลว โดยสหรัฐฯและจีนประกาศใช้มาตรการภาษีรอบใหม่(+ทอง)

ปัจจัยที่สอง การประชุม ECB ในวันที่ 12 ก.ย. อาจมีการส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยหรือการใช้นโยบายทางการเงิน ซึ่งการส่งสัญญาณดังกล่าวจะกระตุ้นเศรษฐกิจยุโรป ทำให้อัตราเงินเฟ้อของยุโรปเพิ่มขึ้น (+ทอง)

ปัจจัยที่สาม การประชุม FOMC ในวันที่ 19 ก.ย. มีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)  จะลดดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น หรืออาจจะแค่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเท่านั้น (+ทอง) แต่หาก FED ไม่ลดดอกเบี้ยหรือไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย (-ทอง)

ส่วนปัจจัยที่สี่หรือปัจจัยสุดท้าย คือ GDP Q2/62 ของสหรัฐฯที่จะประกาศในวันที่ 26 ก.ย. มีการคาดว่า GDP มีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งการชะลอตัวจะกดดันทำให้ FED ต้องลดดอกเบี้ย (+ทอง)

สรุปปัจจัยที่สำคัญในเดือน ก.ย. มีทั้งหมด 4 อย่างได้แก่ #สงครามการค้า , การประชุม ECB เพื่อกำหนดนโยบายการเงินของยุโรป , การประชุม FOMC ผู้กำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ , และสุดท้าย GDP Q2/62 ของสหรัฐฯ

บทความโดย นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ 
นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 
บลป. คลาสสิก ออสสิริส

เปิดบัญชี TFEX กับ ClassicAusiris

พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!

Pin It on Pinterest