fbpx

เฟดขึ้นดอกเบี้ย ต่อไปเรื่องอะไรกำลังมา

หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจบการประชุม FOMC ในเดือน มี.ค. ด้วยการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น 0.25% สู่ดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50-1.75% และส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ส่วนปีหน้าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง และจะขึ้นอีก 2 ครั้งในปี 2563

พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงแนวโน้มที่เศรษฐกิจสหรัฐฯปีนี้แข็งแกร่งมากขึ้นแตะ 2.7% รวมถึงปีหน้าที่ 2.9% และอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้น

 

แล้วเรื่องที่จะกำลังเป็นประเด็นใหญ่ต่อจากนี้คืออะไร ?

หลังจากทรัมป์ออกมาประกาศว่าจะเริ่มมาตรการขึ้นภาษี เท่ากับว่าทรัมป์กำลังคิดไม่รอบด้านในมุมของผู้เขียน เนื่องจากว่าคู่ค้าหลักที่ทรัมป์จ้องเล่นงานอยู่ที่จีนเท่านั้น ทั้งที่จีนมีความได้เปรียบสหรัฐฯอยู่มากไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ โดยมีการถือพันธบัตรสหรัฐฯ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นประเทศที่ถือพันธบัตรสหรัฐฯสุดในโลก ทั้งนี้ในมุมของผู้เขียนเข้าใจว่าจีนเริ่มมาตรการตอบโต้ไปแล้วโดยการเทขายพันธบัตรสหรัฐฯออกมา 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่มาการทำจุดต่ำสุดครั้งล่าสุดของ US Dollar Index และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯสูงที่สุดในรอบ 4 ปี

 

โดยการที่ทรัมป์ใช้มาตรการขึ้นภาษีไม่ได้ทำให้สหรัฐฯลดการขาดทุนกับจีนถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯได้อย่างเดียวแต่ยังเพิ่มราคาสินค้าและบริการในสหรัฐฯได้อีกด้วย เพราะสินค้าที่ส่งมาจากจีนถือเป็นวัตถุดิบที่ธุรกิจสหรัฐฯใช้เงินซื้อมากขึ้น ผู้เขียนกำลังจะบอกว่าต้นทุนการผลิตของธุรกิจสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นตามภาษีที่ทรัมป์กำลังจะขึ้นกับสินค้าจีน เท่ากับว่าการแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าที่มีกับจีนถึง 3.752 แสนล้านดอลลาร์ ลดไปได้ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯก็จริง และปัญหาที่ตามมาอีกเป็นราคาสินค้าและบริการของสหรัฐฯกำลังจะสูงขึ้นแบบไม่มีวันกลับ หากจำกันได้ตอนที่ประเทศไทยมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ 300 บาท ทำให้ราคาสินค้าและบริการในบ้านเราพุ่งขึ้นอย่างไม่มีวันหวนคืน ซึ่งสินค้าและบริการของสหรัฐฯกำลังจะเป็นภาพเหมือนบ้านเรา โดยสินค้าและบริการสหรัฐฯที่ขึ้นจะตามมาด้วย อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นด้วยนะครับ ซึ่งการที่อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ต้องใช้นโยบายการขึ้นดอกเบี้ยที่ไวขึ้นกว่าเดิมเพื่อที่จะหยุดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯปรับขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ จากความต้องการถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่มากขึ้น แต่ปัญหาแก้ที่กำลังจะตามมาของการขึ้นดอกเบี้ย คือ ดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้น ลดความน่าสนใจในตลาดหุ้นลงไป ซึ่งในลักษณะนี้ราคา Gold Spot มีแนวโน้มปรับขึ้นนะครับ

 

บทสรุปการที่ทรัมป์ขึ้นภาษีจะไม่ได้กระทบต่อการค้าโลก แต่กระทบต่อต้นทุนการผลิตของธุรกิจสหรัฐฯมากกว่าที่กระทบกับจีน โดยประเด็นสงครามการค้าจะเป็นผลบวกต่อสินทรัพย์ที่เป็น Safe Haven เช่น Gold Spot

เขียนโดย

นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์

ตำแหน่งนักวิเคราะห์อาวุโสด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

บริษัท คลาสสิก ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด