fbpx

เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater เฮดฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมองเศรษฐกิจโลกอยู่ในลักษณะที่เรียกว่า “ดำดิ่ง” และต้นเหตุของคำว่า “ดำดิ่ง” เกิดจากหนี้สาธารณะของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น จากนโยบาย Health care ประกอบกับสหรัฐฯใช้มาตรการทางภาษีนำเข้าต่อนานาประเทศ ซึ่งสภาวะเศรษฐกิจโลกตอนนี้เหมือนปี 1930

คำถาม? คือ สภาวะเศรษฐกิจโลกตอนปี 1930 เป็นอย่างไร

โดยในปี 1929-1930 เกิดวิกฤติ Depression เป็นผลมาจาก

  1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯเกิดฟองสบู่ และธนาคารกลางสหรัฐฯจึงตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 6% นับเป็นระดับที่สูงมากๆ กระทบต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของโลกเป็นขาขึ้น ทำให้ต้นทุนการกู้ยึมเพิ้มขึ้น ไม่จูงใจให้กู้ทำธุรกิจ ส่งผลต่อเม็ดเงินในการลงทุนลดลง รวมถึงอัตราการว่างงานของสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยในปี 1930 แตะ 8.7% ,ปี 1931 พุ่งสู่ระดับ 15.9%,และในปี 1932 ทะยานสู่ 23.6%
  2. มีการก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ทำให้ประเทศต่างๆชะลอการซื้อสินค้าและบริการ กดราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กระทบต่อประเทศส่งออก ส่งให้การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลดลง
  3. การตอบโต้ทางการค้า โดยสหรัฐฯใช้นโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ ทำให้ยุโรปและประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลายมีการตอบโต้โดยการใช้นโยบายกำแพงภาษีต่อสินค้าที่มาจากสหรัฐฯ กระทบต่อ GDP สหรัฐฯในปี 1930 ติดลบ 8.5% สวนในปี 1931 ติดลบ 6.4% และปี 1932 ลบ 12.9%หลังจากปี 1930 ถึง ปี 1931 ดัชนี Dow Jones ปรับลงแรงโดยลบไปถึง 48%
 

หลังจากปี 1930 ถึง ปี 1931 ดัชนี Dow Jones ปรับลงแรงโดยลบไปถึง 48%

สรุป สถานการณ์เศรษฐกิจโลกตอนนี้มีความคล้ายกับปี 1930 อย่างมาก เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯถึงจะลดดอกเบี้ยแต่ก็ยังใช้ดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นในระดับสูง ,หนี้สาธารณะของสหรัฐฯขึ้นไปแตะ 22 ล้านล้านดอลลาร์ ,ภาคการผลิตในประเทศส่งออกกำลังลดลง และสหรัฐฯใช้มาตรการภาษีกับสินค้านำเข้ากับนานาประเทศ จึงทำให้นักลงทุนต้องจับตาความเสี่ยงในประเด็นดังกล่าว หากเกิด Depression มีโอกาสที่ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ดัชนี Dow Jones มีความเสี่ยงปรับลงแรงๆ

จัดทำโดย

นายธนะเกียรติ  ปฐมะพงษ์ (ฮั่น)

นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

เปิดบัญชี TFEX กับ ClassicAusiris

พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!

Pin It on Pinterest