บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

GULF เด่นสุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า น่าเปิด Long หรือไม่?

GULF เด่นสุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า น่าเปิด Long หรือไม่?

เผยแพร่เมื่อ วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564


ราคาหุ้น GULF หรือ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ พุ่งสู่ระดับ All Time High อีกครั้งที่ราคา 44.50 บาท แถมยังพาหุ้นโรงไฟฟ้าตัวอื่นที่มีการปรับฐานไปก่อนหน้านี้ มี Sentiment ดีขึ้นจนเกิดลักษณะการกลับตัวขึ้นมาเล็กน้อย สำหรับบทความวันนี้ เราจะโฟกัสไปที่ GULF เพื่อวิเคราะห์ด้านพื้นฐานว่า มีอะไรที่โดดเด่นกว่าหุ้นโรงไฟฟ้าตัวอื่นๆ จนทำให้ราคาหุ้นเกิด All Time High ในครั้งนี้

GULF ถือครองกำลังการผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่

ปัจจุบัน GULF มีการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตทั้งหมด 14,360 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็นโรงไฟฟ้าระบบพลังความร้อนร่วมและก๊าซธรรมชาติ (Gas-Fired) 13,566 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอีก 794 เมกะวัตต์ ครอบคลุมหลายประเทศทั้งไทย, เวียดนาม, เยอรมนี และโอมาน รวมไปถึงการศึกษาและพัฒนาแผนการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ประเทศลาว

ด้านรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าในครึ่งแรกของปี 64 GULF รายงานตัวเลขไว้ที่ 19,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 63 ที่มีรายได้จากธุรกิจไฟฟ้า 15,464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเป็นผลจากการที่โรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 1 เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 64 ทำให้ภาพรวมรายได้ใน Q2/64 ดีขึ้น สะท้อนสู่รายได้ในครึ่งปีแรก นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า GSRC มีแผนที่จะ COD หน่วยที่ 2 ใน Q4/64 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า รายได้ของ GULF จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีกในปี 65

เข้าถือหุ้น INTUCH 

ถือเป็นดีลครั้งใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับการทำคำเสนอซื้อหุ้น INTUCH ทำให้ปัจจุบัน GULF ถือหุ้น INTUCH ในสัดส่วน 42.25% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด โดย GULF มีเป้าหมายในการบริหารและกระจายเงินลงทุนสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้ โดยเฉพาะรายได้จากเงินปันผล เนื่องจาก INTUCH มีอัตราผลตอบแทนจากปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 3-4% ต่อปี  และอาจขยายผลไปสู่ความร่วมมือในการทำธุรกิจระหว่าง GULF และบริษัทในเครือ INTUCH ในอนาคต

ร่วมมือกับ Singtel ลุย Data Center

การประกาศพัฒนาการที่สำคัญของ GULF เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็น Big Move ไม่แพ้ประกาศของ SCB เลยก็ว่าได้ เพราะ GULF ประกาศร่วมมือกับ Singtel โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาเป็นธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) เนื่องจาก GULF เล็งเห็นว่า ในอนาคต Big Data จะมีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจและระบบเศรษฐกิจทั่วโลก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเภท Data Center จึงเป็นช่องทางที่จะสร้างรายได้ให้กับ GULF ได้ในระยะยาว และการได้ Singtel ที่มีความชำนาญเป็นพาร์ตเนอร์ จะทำให้การดำเนินธุรกิจภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

นอกจากนี้ GULF มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3, ท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง เฟส 3, โครงการ Motorway สายบางปะอิน-นครราชสีมา และโครงการ One Bangkok ที่ GULF จะมีบทบาทในการเป็นผู้จำหน่ายไฟฟ้าและระบบทำความเย็น เรียกได้ว่ามีการกระจายการลงทุนหลายทาง ที่อาจนำมาซึ่งรายได้จำนวนมหาศาลในอนาคต

จุดเด่นเหล่านี้ ทำให้ GULF เป็นหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตัวอื่นๆในกลุ่ม เพราะนอกจากการมีธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิม และเป็นรายได้หลักของบริษัทแล้ว ยังมีการลงทุนในธุรกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม ผ่านการถือหุ้น INTUCH และความร่วมมือกับ Singtel ในการลงทุนกับธุรกิจ Data Center ก็ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ และทำให้ GULF มีโอกาสสร้างรายได้มหาศาลในอนาคต เราจึงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้น GULF และแนะนำ “ซื้อสะสม” หากต้องการถือระยะยาว

ส่วนระยะสั้น ราคาหุ้น GULF เกิด All Time High เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะ Long โดยมีแนวรับบริเวณ 42 บาท สามารถใช้เป็นจุด Stop Loss ได้ และสำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้ถือสถานะใดๆใน Single Stock Futures ของ GULF เราแนะนำให้เปิดสถานะ Long เมื่อมีการลงมาทดสอบแล้วไม่หลุด 42 บาท โดยใช้การหลุด 42 บาทเป็นจุด Stop Loss เช่นเดียวกัน

หมายเหตุ: ราคาหุ้น ณ วันที่ 6 ต.ค. 64

เปิดบัญชี TFEX
รับสิทธิพิเศษทันที !!

บทความที่เกี่ยวข้อง

Array
(
)
		
Array
(
    [sesCAFXXSLAT] => 1635131586
    [CAFXSI18NX] => th
    [_csrf] => e870aa03d91cddecefb737621a15b4e1
    [CAFXSFEREF] => https://www.caf.co.th/article/analyze-gulf-2-stock-2021.html
)
		
Array
(
    [content] => analyze-gulf-2-stock-2021
)
		
Array
(
)