บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

กลุ่มอสังหาฯดูดีโดดเด่น ถ้าต้อง Long 1 ตัว เรามีคำตอบ...

กลุ่มอสังหาฯดูดีโดดเด่น ถ้าต้อง Long 1 ตัว เรามีคำตอบ...

เผยแพร่เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564


ภาพรวมหุ้นกลุ่มอสังหาฯด้านที่อยู่อาศัยเริ่มดูดีขึ้น หลังจากที่ราคาหุ้นกลุ่มนี้หลายตัวปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มี.ค. 64 หากสังเกตจาก Sector Index ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะประกอบไปด้วยกลุ่มที่อยู่อาศัย, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มศูนย์การค้า จะเห็นว่ามีลักษณะการเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นค่อนข้างชัดเจน

     และเมื่อเจาะลึกเข้าไปดูหุ้นรายตัว เฉพาะกลุ่มอสังหาฯด้านที่อยู่อาศัย ก็พบว่าหลายตัวเริ่มมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น โดยปัจจัยซัพพอร์ตหลักๆเรามองไว้ 3 ประเด็น ดังนี้

1. อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ ดึงดูดให้เกิดความต้องการกู้ยืมสินเชื่อ โดยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในวันที่ 24 มี.ค. 64 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50% ในขณะที่ดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED ที่ระดับ 0 – 0.25% และคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยยาวไปถึงปี 2566 ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.50% ไปอีกระยะหนึ่ง

                                                          

2. หุ้นกลุ่มอสังหาฯด้านที่อยู่อาศัย เป็นกลุ่มที่ให้ปันผลสูงเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่น และมี PE ต่ำมากเมื่อเทียบกับดัชนี SET มีโอกาสที่จะทำให้เงินไหลเข้า จาก Sector Rotation เนื่องจากหุ้นกลุ่มอื่นปรับตัวขึ้นไปแรง และมีโอกาสที่เงินจะไหลออก 

หากวิเคราะห์จากตาราง พบว่า SET มี PE Ratio ถึง 40 เท่า ในขณะที่หุ้นในกลุ่มอสังหาฯ มี PE โดยเฉี่ยประมาณ 10-11 เท่า พร้อมกับผลตอบแทนจากปันผลสูง

3. ราคาหุ้น Laggard กลุ่มอื่นๆที่ฟื้นตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ เช่น กลุ่มแบงก์ กลุ่มพลังงาน หรือกลุ่มสินเชื่อ ส่วนราคาหุ้นกลุ่มอสังหาฯที่ขึ้นมานั้น ยังมีบางตัวที่ Laggard กลุ่มอีกที ซึ่งเราจะโฟกัสในหุ้นอสังหาฯที่ Laggard ใน Laggard เหล่านั้น เพื่อนำมาสร้างกลยุทธ์การซื้อขายในลำดับต่อไป

อย่างไรก็ตาม กลุ่มอสังหาฯที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยก็มีปัจจัยเสี่ยงจากการกระจายวัคซีนล่าช้า ซึ่งทำให้โควิด-19 มีโอกาสระบาดรอบใหม่ได้อีกครั้ง ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจกลับมาแบบไม่เต็มที่ มีโอกาสระทบกำลังซื้อที่ล้อตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หากกำลังซื้อไม่กลับมา ความต้องการอสังหาฯก็ฟื้นตัวได้ยากขึ้นตามลำดับ ดังนั้น เราต้องติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มอสังหาฯอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์การฟื้นตัวและเติบโตต่อไปในอนาคต

สำหรับหุ้นอสังหาฯที่เราเลือกขึ้นมาเป็น Top Pick ได้แก่ PSH หรือ บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง เนื่องจาก PE Ratio ล้อตามค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 10-11 เท่า พร้อมกับ Dividend Yield สูงเป็นอันดับที่ 2 รองจาก LPN ด้วย Yield ถึง 7.44% (ณ วันที่ 25 มี.ค. 64)

ด้านแนวโน้มราคาหุ้น PSH มีลักษณะ Sideway ในกรอบกว้างๆบริเวณ 12.50 – 14 บาท สามารถเปิดสถานะ Long ได้บริเวณ 12.70-13 บาท เป้าหมายทำกำไรตั้งแต่ 14 บาทขึ้นไป และจุด Stop Loss ที่ 12.50 บาท

หมายเหตุ: ราคาหุ้น ณ วันที่ 25 มี.ค. 64

เปิดบัญชี TFEX
รับสิทธิพิเศษทันที !!

บทความที่เกี่ยวข้อง

Array
(
)
		
Array
(
    [sesCAFXXSLAT] => 1619134695
    [CAFXSI18NX] => th
    [_csrf] => 15a3e6f1eef24f9d5aa5efbf9f7dd070
    [CAFXSFEREF] => https://www.caf.co.th/article/analyze-property-stock-2021.html
)
		
Array
(
    [content] => analyze-property-stock-2021
)
		
Array
(
)