บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

JMT ลุ้นกำไรปี 63 ทำ All Time High

JMT ลุ้นกำไรปี 63 ทำ All Time High

เผยแพร่เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2563


หลังจากผ่านช่วงประกาศงบ Q2/63 ไปเรียบร้อยแล้ว เราได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ หลายบริษัทได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างชัดเจนจาก Covid-19 ทำให้เกิด Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นด้วย แต่ก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ และด้าน Sentiment เชิงบวกต่อราคาหุ้น

วันนี้เราจะมาเล่าเกี่ยวกับบริษัทในธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจ ได้แก่ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส หรือ JMT ซึ่งเป็นบริษัทลูกและเป็นบริษัทที่มีการเติบโตมากที่สุดในเครือ บมจ.เจ มาร์ท หรือ JMART โดยใน Q2/63 JMT สร้างสถิติกำไรรายไตรมาสสูงที่สุดของบริษัท สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง

JMT ประกอบธุรกิจ 4 อย่าง ได้แก่ 1) ธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้ โดยมีผู้ว่าจ้างเป็นสถาบันการเงิน โดย JMT จะเป็นผู้ติดตามการชำระเงินของลูกหนี้ ไปจนถึงงานด้านกฎหมายในการฟ้องและสืบทรัพย์คดี 2) ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ เป็นการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินมาบริหาร 3) ธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ คล้ายกับ MTC หรือ SAWAD และ 4) ธุรกิจประกันภัย

ใน Q2/63 ที่ผ่านมา JMT มีกำไรสุทธิ 226.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Q2/62 ที่มีกำไรสุทธิ 148.5 ล้านบาท (+52.86% YoY) และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Q1/63 ที่มีกำไรสุทธิ 206.8 ล้านบาท (+9.74% QoQ) เนื่องจาก มีรายได้จากการเรียกเก็บหนี้มากขึ้น โดยเฉพาะกำไรจากสินเชื่อของลูกหนี้ที่ JMT ซื้อมาและตัดมูลค่าเงินลงทุนครบแล้ว ซึ่งมีจำนวน 221.8 ล้านบาทใน Q2/63 เทียบกับ Q2/62 ที่มีจำนวน 126.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 75.2% เมื่อเทียบแบบ YoY

หากวิเคราะห์ย้อนหลัง 1 ปี เราพบว่ากำไรสุทธิรายไตรมาสของ JMT มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนี้

เมื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 63 (H1/63) พบว่า JMT มีรายได้การให้บริการ 1,526.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากครึ่งแรกของปี 62 (H1/62) ที่มีรายได้การให้บริการอยู่ที่ 1,144.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33.4% YoY ทำให้กำไรสุทธิ H1/63 เพิ่มขึ้นจาก 293 ล้านบาทใน H1/62 ขึ้นมาที่ระดับ 433.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 48% YoY

นอกจากนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 63 ของ JMT จะเพิ่มขึ้นทะลุกำไรสุทธิปี 62 ที่มีจำนวน 681.36 ล้านบาท เนื่องจากเมื่อประเมินสถานการณ์ปัจจุบันที่ NPL มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการระบาดของ Covid-19 เป็นโอกาสให้ JMT เข้าทำสัญญาซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้าพอร์ตเพิ่มขึ้น หากบริษัทมีการบริหารหนี้ได้ตามเป้าหมาย ก็มีโอกาสที่กำไรสุทธิช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตขึ้น และสะท้อนต่อไปยังกำไรสุทธิทั้งปี 63 อีกด้วย

ในขณะที่มุมมองทางเทคนิค แม้จะมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น แต่เรายังต้องเฝ้าระวังแนวรับสำคัญ 27 บาท และระวังการ Dilution จากเครื่องหมาย XD ในวันที่ 26 ส.ค. 63 โดย JMT จะจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.45 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงตาม Dilution ดังกล่าว เบื้องต้น เรามีคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจซื้อขาย Single Stock Futures ของ JMT ดังนี้

จากภาพทางเทคนิค ราคาหุ้น JMT มีกรอบแนวรับ-แนวต้านสำคัญที่ 27 และ 31 บาทตามลำดับ การเปิดสถานะ Long จะมีความได้เปรียบกว่าในแง่ของแนวโน้มราคาหุ้นเป็นขาขึ้น พร้อมกับการมี Story การเติบโตของงบ Q2/63 เข้ามาซัพพอร์ต แต่จะเน้นไปที่การรอย่อบริเวณ 28-29 บาทเพื่อเข้าสถานะ โดยใช้ 27 บาทเป็นจุด Stop Loss (สิ้นวัน) และเป้าหมายทำกำไรบริเวณ 31 บาท หรือลุ้น All Time High หากมี Sentiment ที่ดีต่อหุ้น JMT เข้ามาใหม่

หมายเหตุ: ราคาหุ้น ณ วันที่ 19 ส.ค. 63

เปิดบัญชี TFEX
พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!
Array
(
)
		
Array
(
    [sesCAFXXSLAT] => 1601049160
    [CAFXSI18NX] => th
    [_csrf] => 0bafe21a48b5c3f7f08acb59896c0fb6
    [CAFXSFEREF] => https://www.caf.co.th/article/jmt-trade-year-63-profit-made-all-time-high.html
)
		
Array
(
    [content] => jmt-trade-year-63-profit-made-all-time-high
)
		
Array
(
)