บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

KBANK ต่ำสุดในรอบ 11 ปี ได้เวลาซื้อหรือยัง ?

KBANK ต่ำสุดในรอบ 11 ปี ได้เวลาซื้อหรือยัง ?

เผยแพร่เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว กับการปรับตัวลงในรอบ 11 ปีของราคาหุ้นธนาคารรายใหญ่ของไทยอย่าง KBANK หรือหุ้นของธนาคารกสิกรไทย ซึ่ง KBANK ถือเป็นหุ้นพื้นฐานดี มีการเติบโตตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ทำให้เกิดคำถามในกลุ่มนักลงทุนหลายท่านว่า ราคาหุ้น KBANK ที่ลงมาต่ำขนาดนี้ เป็นโอกาสในการซื้อหรือไม่ ได้เวลาซื้อหุ้น KBANK หรือยัง...

โดยสาเหตุที่ทำให้หุ้น KBANK ลงมาต่ำที่สุดในรอบ 11 ปีที่ราคา 71 บาท มีหลายประเด็นหลักด้วยกัน ดังนี้

  1. การระบาดของ COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลง กระทบต่อผลการดำเนินงานของกลุ่ม Bank ทั้งกลุ่ม
  2. พอร์ตสินเชื่อของ KBANK ที่มีสัดส่วนของกลุ่มธุรกิจ SMEs ราว 34% ซึ่งกลุ่มธุรกิจ SMEs เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 เพราะได้รับผลกระทบทั้งในแง่ของการประกอบธุรกิจ และการระดมทุน
  3. การให้ความช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในการพักชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินต้นหรือดอกเบี้ย ทำให้รายได้จากดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง อย่างที่เราเห็นในผลการดำเนินงาน Q2/63 ที่มีกำไรสุทธิ 2,175 ล้านบาท ลดลงจากกำไรสุทธิ Q1/63 จำนวน 7,375 ล้านบาท (-70.50% QoQ) และลดลงจากกำไรสุทธิ Q2/62 จำนวน 9,929 ล้านบาท (-78.09% YoY)
  4. แนวโน้ม NPL เพิ่มขึ้น หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการพักชำระหนี้ ซึ่งต้องติดตามในรายงานผลการดำเนินงานไตรมาสถัดไป
  5. สถานการณ์การเมืองในประเทศไม่แน่นอน กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน

จากประเด็นทั้งหมดนี้เอง ทำให้ราคาหุ้นกลุ่ม Bank ร่วงลงมาตามๆกัน แต่ KBANK มีความพิเศษกว่าหุ้นอื่นๆตรงที่เกิด New Low อีกครั้งในรอบ 11 ปี และเมื่อเทียบกับกลุ่ม Bank ทั้งกลุ่มแล้ว ราคาหุ้น KBANK เป็นหุ้นที่มีการปรับตัวลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับราคาต้นปี 2563 ซึ่งลดลงจาก 151 บาทมาปิดที่ระดับ 72.25 บาท หรือลดลง -52.15% YTD (ณ วันที่ 14 ต.ค. 63)

 

กลับมาสู่คำถามที่ว่า ราคาหุ้น KBANK ที่ลงมาต่ำขนาดนี้ เป็นจังหวะในการเข้าซื้อหรือยัง? ก่อนอื่นต้องตอบคำถามว่า ท่านเป็นนักลงทุนประเภทใด ระหว่างนักลงทุนระยะยาว กับนักลงทุนเก็งกำไร (ระยะสั้น) หากท่านมีคำตอบให้ตัวท่านเองแล้วว่าเป็นนักลงทุนระยะยาว ในมุมมองของเรา มีคำแนะนำว่าทยอยซื้อสะสมได้ เนื่องจาก...

  1. หุ้นกลุ่ม Bank มีทิศทางการเติบโตตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน ราคาหุ้น Bank ลดลงตามการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อถึงจุดๆนึงที่การชะลอตัวสิ้นสุดลง และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น ราคาหุ้นกลุ่ม Bank ก็จะฟื้นตัวกลับมาด้วย
  2. จากเหตุผลข้อที่ 1 หากทยอยซื้อหุ้น KBANK ในช่วงที่ราคาหุ้นลดลง ทำให้ราคาต้นทุนอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นและเติบโตขึ้นในระยะยาว ราคาหุ้น KBANK ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามมา ส่งผลให้มีโอกาสทำกำไรจากการทยอยสะสมในช่วงนี้
  3. KBANK มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอในอดีต หากเศรษฐกิจฟื้นตัวและเติบโต คาดว่า KBANK จะกลับมาจ่ายเงินปันผลได้ โดยปัจจุบันอัตราส่วนเงินปันผลของ KBANK อยู่ที่ 6.93% ก็ถือว่าเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสูง แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงจากราคาหุ้นที่ลดลงได้เช่นกัน

อีกด้านนึง หากท่านเป็นนักลงทุนที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้น KBANK อาจไม่เหมาะเก็งกำไรในฝั่งขาซื้อ เนื่องจากทางเทคนิค ราคามีแนวโน้มเป็นขาลง ทำให้การเปิดสถานะ Short ด้วย Single Stock Futures และ Block Trade มีความได้เปรียบมากกว่า โดยเรามีคำแนะนำ ดังนี้

ราคาหุ้น KBANK เคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลง มีกรอบแนวรับ-แนวต้านที่ 70-75 บาท หากการปรับตัวขึ้นมาไม่ผ่าน 75 บาท สามารถเข้าสถานะ Short ได้ โดย Stop Loss เมื่อราคาหุ้นทะลุ 76 บาท และมีเป้าหมายทำกำไรที่กรอบด้านล่างบริเวณ 70 บาท

หมายเหตุ: ราคาหุ้น ณ วันที่ 15 ต.ค. 63

เปิดบัญชี TFEX
พร้อมรับสิทธิพิเศษทันที !!
Array
(
)
		
Array
(
    [sesCAFXXSLAT] => 1603367398
    [CAFXSI18NX] => th
    [_csrf] => 4938b07681724f3a03397300e8903022
    [CAFXSFEREF] => https://www.caf.co.th/article/kbank-15102020.html
)
		
Array
(
    [content] => kbank-15102020
)
		
Array
(
)