บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

OSP งบ Q3 ดี...แต่ระวังราคาหุ้นเป็นขาลง?

OSP งบ Q3 ดี...แต่ระวังราคาหุ้นเป็นขาลง?

เผยแพร่เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563


หุ้น OSP หรือ บมจ.โอสถสภา ถือเป็นหนึ่งในหุ้นหลุมหลบภัยในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 เนื่องจากเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค และเป็นผู้ผลิตที่มีผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ได้แก่ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เช่น M-150, ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล เช่น แป้ง Babi Mild หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อย่างยาทัมใจ และลูกอมโบตัน เป็นต้น

ด้วยเหตุที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ทำให้มีคำสั่งซื้อจากร้านค้าและร้านสะดวกซื้อในปริมาณมาก ประกอบกับการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ OSP มีกำไรสุทธิ 923 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 804 ล้านบาทใน Q2/63 (+14.80% QoQ) และเพิ่มขึ้นจาก 838 ล้านบาทใน Q3/62 (+10.24% YoY)

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงาน 9 เดือนปี 63 OSP มีกำไรสุทธิจำนวน 2,653 ล้านบาท เทียบกับปี 62 ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 2,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 217 ล้านบาท หรือ +8.91% YoY สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่ดี แม้ในสถานการณ์ทั่วโลกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับปี 62 เนื่องจากการเข้ามาของ COVID-19

ด้านรายได้จากการขาย Q3/63 OSP รายงานไว้ที่ 6,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6,328 ล้านบาทใน Q3/62 หรือเพิ่มขึ้น +4.3% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้หลักอย่างเครื่องดื่มราว 5.7% แต่ด้านผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และผลิตภัณฑ์อื่นๆมีรายได้ลดลงราว -2.9% ทั้งนี้ OSP มีกำไรขั้นต้นใน Q3/63 จำนวน 2,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก Q3/62 ราว +7% YoY

ด้านต้นทุนการจัดจำหน่ายและบริหาร OSP รายงานไว้ที่ 1,433 ล้านบาท ลดลงจาก Q3/62 ที่มีจำนวน 1,459 ล้านบาทหรือลดลง -1.8% โดยเป็นการลดลงของต้นทุนหลักอย่างค่าใช้จ่ายในการขายถึง -4.5% YoY ด้านต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น +4.5% YoY ทำให้ภาพรวมต้นทุนการจัดจำหน่ายและบริหารลดลงเล็กน้อย

การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น ตามด้วยการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ ทำให้อัตราส่วนทางการเงินใน Q3/63 ของ OSP สะท้อนภาพความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น ดังนี้

ส่วนแนวโน้มการดำเนินงาน  Q4/63 ของ OSP ยังมีทิศทางการเติบโตของกำไรเป็นบวกต่อเนื่องจาก Q3/63 ด้วยเหตุที่ภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวหลังจากผ่านช่วง Q2/63 ที่มีการ Lockdown และใช้มาตรการเคอร์ฟิว ทำให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปได้อย่างจำกัด เมื่อพ้นช่วงของการ Lockdown ตั้งแต่ Q3 เป็นต้นมา จึงเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว และมีโอกาสทำให้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ทางเทคนิค พบว่าแนวโน้มราคาหุ้นของ OSP มีความเสี่ยงกลับมาเป็นขาลง หลังจากขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 38 บาทแล้วไม่ผ่าน ตามมาด้วยการปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับ 36 บาท หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว จะมีแนวรับถัดไปที่ 35 บาทและ 31 บาทตามลำดับ ซึ่งเป็นโซนที่ราคาหุ้นส่งสัญญาณขาลงระยะสั้น

ทั้งนี้ นักลงทุนที่สนใจซื้อขาย Single Stock Futures ของ OSP เราแนะนำให้ Wait & See ที่แนวรับ 36 บาท เนื่องจากเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของราคาหุ้น หากมีการหลุดต่ำกว่า 36 บาทจะเข้าสู่ขาลงระยะสั้น การเปิดสถานะ Short จะมีพื้นที่ทำกำไรถึง 35 และ 31 บาท โดยที่จุด Stop Loss ใกล้ๆเพียง 36 บาทเท่านั้น

แต่หากราคาหุ้น OSP ยืน 36 บาทและฟื้นกลับมาได้ จะแนะนำเปิดสถานะ Long โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 38 และ 40 บาท ใช้ 36 บาทเป็นจุด Stop Loss นั่นเอง

หมายเหตุ: ราคาหุ้น ณ วันที่ 18 พ.ย. 63

เปิดบัญชี TFEX
รับสิทธิพิเศษทันที !!
Array
(
)
		
Array
(
    [sesCAFXXSLAT] => 1606169321
    [CAFXSI18NX] => th
    [_csrf] => a86c455234890073edf7640695859be0
    [CAFXSFEREF] => https://www.caf.co.th/article/osp-63-q3.html
)
		
Array
(
    [content] => osp-63-q3
)
		
Array
(
)